อาคิมิจิ โจจิ

อาคิมิจิ โจจิ

อาคิมิจิ โจจิ

         อาคิมิจิ โจจิ นินจาจากหมู่บ้านโคโนฮะ เข้าสอบจูนินพร้อมเพื่อนร่วมทีม นารา ชิกามะรุ และ ยามานากะ อิโนะ โดยการสอบข้อเขียนรอบแรก ผ่านได้อย่างง่ายดาย โดยอิโนะใช้วิชานินจามาสิงร่างและเขียนคำตอบให้ ในการสอบรอบที่สองในป่า

ในการสอบรอบคัดเลือก่อนเข้ารอบสุดท้าย ได้จับคู่เจอกับ โดซึ คินุตะ นินจาจากหมู่บ้านโอะโตะ และพ่ายแพ้ไป

        ต่อมาในภารกิจตามตัวอุจิวะ ซาสึเกะกลับมา โดยการนำของ นารา ชิกามะรุ ในระหว่างที่ตามตัว โจจิได้ต่อสู้กับจิโรโบ 1 ใน 4 ลูกศิษย์ของโอโรจิมารุ โดยในระหว่างต่อสู้ โจจิได้ใช้ยานินจาของตระกูล

        โดยยาที่กินจะทำให้ชีวิตของผู้ใช้สั้นลง การต่อสู้สิ้นสุดลงโดยโจจิใช้ยาครบทั้ง 3 ก้อน และจิโรโบพ่ายแพ้ลง หลังจากนั้นโจจิ ได้พยายามจะตามกลุ่มของชิกามะรุ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ และได้สลบไป

         อาคิมิจิ โจจิ เป็นคนที่ชอบกินมากที่สุดในเรื่อง

        โจจิ พละกำลังมากสุดในทีมและเป็นตัวปิดฉาก มีวิชาก็คือ รถถังมนุษย์ วิชาขยายร่างยักษ์ วิชาขยายร่างเฉพาะส่วน ปัจจุบันได้แต่งงานกับคารุย มีลูกชื่อโจโจ

โทบิ
  • สาเหตุ : เสียชีวิตเนื่องจากรับการโจมตีของคางูยะเพื่อช่วยปกป้องพวกนารูโตะและคาคาชิ
  • ชื่อจริง: อุจิวะ โอบิโตะ
  • สถานะ : อดีตหัวหน้าคนที่ 3 ของแสงอุษา
  • ฉายา : ชายสวมหน้ากาก
  • คู่หู : โทบิ(เซ็ตสึหน้าม้วนเหมือนหน้ากากที่ตนใส่), เซ็ตสึ(ทั้ง 2 สี), เดอิดาระ(เสียชีวิต), อุจิวะ มาดาระ(สัมปเวสีคืนชีพ),คาคาชิ
นินจาปริศนาที่ใส่หน้ากาก ที่ใช้คามุย วิชามิติ ทำให้ร่างทะลุทุกสิ่งได้ในเวลา 5 นาที กับเคลื่อนที่ไปมาด้วยวิชามิติ ที่พูดจากวนๆ เพื่อปกปิดตัวตน แต่พอซีเรียสในฐานะที่อ้างว่าคือมาดาระ ตนจะพูดจาดุดันมีเหตุผล กับพูดเหมือนรู้จักพวกคาคาชิ

อดีตจูนินของโคโนฮะ ในสมัยเด็กนิสัยเหมือยนารูโตะ แต่ต่างตรงที่คอยช่วยคนแก่ตลอดไปมาจนรู้จักคนแก่ในหมู่บ้านหมดทุกคน อยู่ทีมมินาโตะ ร่วมคาคาชิกับริน เพื่อนร่วมรุ่นกับสนิทกัน เวลานัดรวมตัวจะมาสายตลอด โดยตนแอบชิบริน ในสงครามครั้งที่ 3 ได้ฟังอดีตของพ่อคาคาชิ ตนคิดแผนช่วยริน แต่คาคาชิไม่สน ตนจึงเตือนสติไปช่วยรินคนเดียว คาคาชิตามมาช่วยอีกที ตนเบิกเนตรวงแหวนได้ แต่ก็ถูกหินทับร่างข้างขวา จึงมีแผลที่ถูกหินที่หน้าข้างขวาถึงปัจจุบัน กับให้รินปลูกถ่ายเนตรวงแหวนตนให้คาคาชิเป็นของขวัญ ตนถูกหินทับร่างจนคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วแต่แท้จริง ตนถูกช่วยไว้โดย อุจิวะ มาดาระ โดยตนสภาพสาหัสกับร่างซีกขวาส่วนลำตัวขาด จึงถูกปลูกถ่ายเซ็ตสึสีขาว มาดาระได้เล่าอดีตให้ฟัง ทั้งคู่จึงใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ซึ่งตนฝึกใช้ร่างให้ชิน เพื่อสักวันกลับไปหาพวกคาคาชิ ตอนใกล้พร้อม มาดาระวางแผนจัดฉากให้รินถูกทดลองเป็นร่างสถิตของ 3 หาง จนรินกับคาคาชิถูกหน่วยลับของคิริงาคุเระไล่ล่า โดยมินาโตะไปทำภารกิจอื่น ตนที่เชื่อคิดไปช่วยแต่ร่างไม่ไหว จึงสวมร่างโทบิกับไปช่วยทั้งคู่ แต่ตนไปไม่ทัน รินยอมสละชีวิตตัวเองให้ถูกฆ่าโดยคาคาชิ ตนที่เห็น เพราะเนตรวงแหวนเชื่อมกัน จึงเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา ตนที่เสียใจจนคลั่งก็กำจัดนินจา

คิริงาคุเระ หลังจากรินตายก็สับสนจนตัดสินใจ ร่วมมือแผนเนตรจันทรา มาดาระได้เล่าเรื่องสิบหางกับสอนคาถาต้องห้ามของอุจิวะและคาถาเซียนให้ แม้ตนไม่มีเนตรสังสาระ แต่มีเนตรวงแหนกับเซลล์คาถาไม้ของเซนจู จึงควบคุมเทวรูปมารนอกรีตได้

ก่อนมาดาระตาย ได้มอบเนตรซ้ายให้ กับสร้างเซ็ตสึสีดำใส่สีขาวเป็นคู่หู เพื่อร่วมงาน จากนั้นพยายามกล่อมนางาตะที่อยู่กับยาฮิโกะกับโคนัน เพื่อหวังแฝงตัวเข้าแสงอุษาแต่ล้มเหลว พอดันโซจัดฉากให้ฮันโซจับโคนัน เพื่อให้ยาฮิโกะยอมถูกนางาโตะฆ่า จนนางาโตะหลงผิด ตนจึงฆ่าแสงอุษาชุดแรกที่รู้ความจริงทิ้ง กับเข้าร่วมนับแต่นั้น กับเปลี่ยนไปใส่หน้ากากที่มีลายเส้น พอแอบรู้เรื่องมินาโตะ เนโฮคาเงะรุ่นที่ 4 กำลังจะมีลูกจากการที่คาคาชิไปพูดที่สุสานของรินกับตน ในวันที่นารูโตะเกิด ลักพาตัวคุชินะ และเรียกคุรามะ(9 หาง) ถล่มหมู่บ้าน แต่ล้มเหลว เพราะถูกมินาโตะขัดขวางตนจึงหนีไป แต่เป้นต้นเหตุให้มินาโตะกับคุชินะเสียชีวิต จนนารูโตะกลายเป้นพลังสถิตร่างจนโดนคนในหมู่บ้านเกลียดนับแต่นั้น

พออิทาจิรู้ตัวตนของตน ตนจึงเปลี่ยนชื่อเป็นโทบิ ร่วมมือกันฆ่าล้างอุจิวะยกเว้นซาสึเกะ กับห้ามยุ่งกับโคโฯฮะ จากนั้นไปปคิริงาคุเระ ควบคุมมิซิคาเงะรุ่นที่ 4 อยู่เบื้องหลัง พอคิซาเมะรู้ถึงตัวตน จึงหลอกใช้ให้คิซาเมะ เป็นนินจาถอนตัวจนเข้าแสงอุษา

ต่อมาตนเปลี่ยนไปใส่หน้ากากลายหมุน เปลี่ยนวิะพูดเป็นแบบตลก ที่คอยหาทางเข้าร่วมแสงอุษาแต่ล้มเหลวตลอด พอซาโซริเสียชีวิต ตนจึงเข้าร่วมจับคู่กับเดอิดาระ ซึ่งตนคออยกวนเดอิดาระจนถูกทำร้ายกลับประจำ

พอเดอิระเสียชีวิต ตนย้อนไปสั่งการเพน กับอ้างว่าคืออุวิจะ มาดาระ

ตอนสงคราม ให้คาบูโตะเรียกสัมภเวสีคืนชีพมาเท่าที่หาได้ โดยตนสอบถามถึงขีดจำกัดการใช้คาถานี้ โดยตนเอาอดีตพลังสถิตร่างรุ่นปัจจุบัน 6 ร่างมากับฝังแท่งเหล็กเหมือนเพน เพื่อควบคุม พอตนเห็นว่าถึงเวลาก็ไปขโมยหม้อน้ำเต้ากับไหผนึกของเซียน 6 วิถีจากในสงครามกับอัญเชิญเทวรูปมารนอกรีต มากับเอาไปเก็บ ตนนำทัพ 6 ศพไปสู้นารูโตะกับบีที่คาคาชิกับไกตามมาสมทบ ซึ่งตนเสียเปรียบที่นารูโตะดึงแท่งเหล็กจากศพหมด จึงเก็บสัตว์หางใส่เทวรูปมารนอกรีตกับสู้ต่อ

ตอนที่อิทาจิหยุดคาถาสัมภเวสีคืนชีพ ตนให้เทวรูปมารนอกรีตกินหม้อกับไหที่ผนึกกินคาคุ,คินคาคุที่มีจักระเก้าหาง กับหางหนวดปลาหมึกของแปดหาง เพื่อเปลี่ยนให้เป็น 10 หาง ตนสู้จนหน้ากากแตกเผยตัวคือโอบิตะ จนคาคาชิสับ พอมาดารัมาช่วยตน พันธมิตรนินจามาช่วยพวกนารูโตะ สู้กันดุเดือด พอซาสึเกะนำโฮคาเงะทั้ง 4 มา ตนสู้ตัดสินกับคาคาชิ เพื่อจงใจคลายการควบคุมจากมาดาระ ซึ่งตนแพ้ แต่ดูดสิบหางเข้าร่างจนเป็นพลังสถิตร่าง ตนได้เปรียบ แต่พอนารูโตะกับซาสึเกะร่วมมือกันใช้โหมดสัตว์หางกับเซียนใส่เกราะซูซาโนโอ

ตนที่แพ้ถูกชิงสัตว์หางออกไป จนร่างเป็นอัมพาต คาคาชิคิดฆ่า แต่มินาโนมาห้ามไว้ ตนถูกเตือนสติจนเข้าใจ จึงคิดคืนชีพนินจาที่เสียชีวิตในสงคราม แต่ถูกเซ็ตสึสีดำควบคุมให้คืนชีพ มาดาระแทน มาดาระอัญเชิญเทวรูปมารออกมาจากตน ตนฝึกถ่วงเวลา เพื่อให้คาคาชิกับมินาโตะทำลายเนตรสังสาระ แต่ตอนกาอาระกับซากุระพานาโตะที่ใกล้ตาย เพราะถูกชิง 9 หางมา เซ็ตสึสีดำสิงตนไปชิง 9 หางมา ตนที่จึงรอดเพราะจักระ 9 หาง ควบคุมร่างเท่าที่ทำได้ชิงวิชาว่างเปล่า กับเศษเสี้ยวของ 1,8หางมา ร่วมมือกับคาคาชิ เพื่อส่งตนไปมอบจักระสัตว์ที่ตนชิงมอบให้นารูโตะกับส่งไปสู้กับมาดาระ ส่วนตนขอให้ซากุระรีบทำลายเนตรสังสาระ เพราะตนต้านไม่ไหวแล้ว พอมาดาระเข้ามาในมิติ ตนส่งซากุระไป ตนถูกชิงเนตรสังสาระกับได้เนตรวงแหวนข้างซ้ายคืน กับได้ฟังความจริงว่าตนถูกหลอกใช้ตั้งแต่เรื่องริน จึงแค้นแต่ก็ใกล้ตายจนสลบไป

พอมาดาระกลับมาถูกเซ็ตสึสีดำหักหลังเรียกคางูระมา ตนถูกนารูโตะช่วยชีวิตไว้ ตนจึงร่วมมือกับซากุระไปาซาสึเกะที่หลงติดมิติอื่นกลับมาช่วย โดยตนช่วยทีม 7 รับการโจมตีของคางูระแทนจนเสียชีวิตกับบอกลา โดยตนได้มออบพลังเนตรวงแหวนสุดท้ายให้คาคาชิเรียกซูซาโนโอไปช่วยทีม 7 สู้เท่าที่ทำได้ พอทำสำเร็จบอกลากันอีกครั้ง กับฝากฝังให้คาคาชิเป็นโฮคาเงะรุ่นที่ 6 ส่วนารูโตะเป็นรุ่นที่

 

    นินจาถอนตัวของหมู่บ้านอาเมะงาคุเระแทบทั้งหมู่บ้านที่รอดชีวิตจากสงครามกลางเมืองและหันไปจงรักภักดีกับเพนในฐานพระเจ้าที่จะมาเปลี่ยนแปลงโลก ปัจจุบันหลังจากที่เพนตายนินจาถอนตัวของหมู่บ้านอาเมะคากุเระได้ออกจากแสงอุษายูระ (เสียชีวิตแล้ว) โจนินจากหมู่บ้าน ซึนะงาคุเระ เป็นนินจาที่ยังคงภักดีต่อซาโซริ และหักหลังหมู่บ้าน เสียชีวิตจากการต่อสู้กับนารุโตะในฐานะ ร่างแทน ของอิทาจิระหว่างที่ทีมนารุโตะบุกไปชิงตัวกาอาระที่ถูกแสงอุษาจับตัวไป

โจนินของ ซึนะงาคุเระอีกคนที่เป็นร่างแทน ของคิซาเมะ เสียชีวิตในการปะทะกับทีมไก

กองทัพเซ็ตสึสีขาว 100,000 ตัว

เหล่าคนที่ถูกอ่านจันทรานิรันดร์ของคางูยะ ที่ถูก 10 หางดูดจับไปเปลี่ยนเป็นทาส กลายเป็นเซ็ตสึสีขาว โดยแต่ละตัว้งรูปร่างก็ไม่สมประกอบ เช่นมีแขนขาข้างเดียว ซึ่งมาดาระตอนอัญเชิญเทวรูปมารนอกรีตมาได้วิจัยดึงออกมาจากเทวรูป กับฝังเซลล์โฮคาเงะรุ่นที่ 1 เข้าไป จึงถูกสร้างเป็นโคลนคุณภาพต่ำ โดยทุกตัวมีความสามารถคือเคลื่อนตัวทะลุผ่านวัตถุเหมือนดำดิน ไปสู่อีกที่ คอยไปรวบรวมข่าวสารจากโลกภายนอก กับแลกเปลี่ยนกันผ่านโทรจิต กับสัมผัสใคร ก็เปลี่ยนร่างเป็นคนนั้นได้ทั้งจักระ จนแยกไม่ออก กับถาใครแขนขาขาดนำชิ้นส่วนของเซ็ตสึไปฝังร่างมาต่อเป็นอวัยวะส่วนใหม่ เป็นการปลูกถ่ายร่างกายด้ เหมือนตอนที่มาดาระใช้กับัวเองและโอบิโตะ ทำให้ไม่ต้องกิน นอน ขับถ่าย

หลังจากที่มาดาระตาย โอบิโตะก็ได้ทำการเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น โดยใช้จักระของสัตว์หางที่รวบรวมมา จนมีรูปร่างสมประกอบมากขึ้น กับเมื่อนำยามาโตะที่เคยเป็นหนูทดลองของโอโรจิมารุจนใช้คาถาไม้ได้ มาทำการทดลงเพื่อเพื่มพลังกับจำนวให้มากขึ้น จนมีจำนวน 100,000 ตัว เป็นกองทักใช้รวบในสงคราม โลกนินจาครั้งที่ 4 แต่วันเรียกเสียชีวิตไปครึ่งหนึ่งเหลือ 5 หมื่นตัว โดยพวกที่เหลือคอยแฝงตัวทำลายพันธมิตรจากภายในจนสงครามปั่นป่วน แต่พอนารูโตะกับบีเข้าร่วมสงคราม นารูโตะส่งร่างแยกไปทั่วสนามรบเพื่อแยกกับกำจัดไปจนหมด

โทบิ(เซ็ตสึหน้าม้วนเหมือนหน้ากากโทบิที่โอบิโตะใส่ ตอนเข้าแสงอุษา) เป็น 1 ในกองทัพเซ็ตสึสีขาว มีชื่อเล่นว่ากุรุกุรุ นินสัยพูดจากวนๆเหมือนตอนโอบิโตะปลอมเป็นโทบิแกล้งเดอิดาระ ร่วมมือกับเซ็ตสึสีขาวซีกซ้ายคอยเฝ้าดูแล ตอนโอบิโตะไปช่วยรินกับคาคาชิ ตนเป็นร่างให้สวม รักษาโอบิโตะ และต่อมาได้ให้โอบิโตะสวมร่างชั่วคราวเพื่อให้มีร่างกาย

ในสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 หลังจากที่โอบิโตะถูกเซ็ตสึสีดำควบคุมให้คืนชีพมาดาระ ตนสวมร่างของยามาโตะ สู้พวกนินจาพันธมิตรจนได้เปรียบ แต่เสียท่าที่โอโรจิมารุนำทีมเหยี่ยวมาทำร้าย หลังจบสงครามตนเสียชีวิตเพราะอ่าจันทราคลายตัว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *