แอนดี มาร์รีย์

แอนดี มาร์รีย์

 แอนดี มาร์รีย์

 

แอนดี มาร์รีย์ ถูกติดอันดับเป็นอันดับที่ 5 ของ นักเทนนิส ที่มีรายได้การแข่งขันที่สูงมากที่สุด ด้วยความที่เขาเป็นนักกีฬาชายมือ 1 ของประเทศสหราชอาณาจักรในปัจจุบัน แต่ก็ดูเหมือนว่าภายในการแข่งขันที่ผ่านมายังไม่สามารถสร้างผลงานได้ดีเท่าที่ควร เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บบริเวณสะโพกที่เป็นปัญหาต่อการแข่งขัน จึงส่งผลให้ มาร์รีย์ คว้าแชมป์ได้เพียงรางวัลเดียวเท่านั้น คือ ดูไบ แชมเปียนชิพ จากการลงสนามทั้งหมด 12 รายการ ทำให้สามารถเก็บเงินสะสมได้ 2 ล้านดอลลาร์ หรือคิดในจำนวนเงินไทย คือ 65 ล้านบาท

เป็นตาและสร้างสีสันให้ผู้คนบริติชจากการโลดแล่นในคอร์ตเทนนิส และประสบความสำเร็จในรายการแกรนด์สแลมในถิ่น 2 สมัย แต่ด้วยอาการบาดเจ็บสะโพกเรื้อรัง เขาถึงกับยอมรับด้วยน้ำตาระหว่างการแถลงข่าวว่า รายการออสเตรเลียน โอเพ่นอาจเป็นรายการสุดท้ายในอาชีพก็ได้

เมอร์เรย์เปิดเผยว่า อาการบาดเจ็บสะโพกนี้เรื้อรังมานานหลายปีแล้ว เมื่อย้อนไทม์ไลน์ไปจะเห็นว่าเมื่อปี 2017 หลังจากตกรอบวิมเบิลดันแล้ว นักหวดชาวสกอตก็รูดม่านฤดูกาลของตัวเองไปพักฟื้นร่างกาย

คนในครอบครัวของเมอร์เรย์เล่าว่า ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการตัดสินใจคือการมอบคุณภาพชีวิตที่ดีและดูแลลูกทั้ง 2 คนของเขา ที่สำคัญคนในครอบครัวก็หวังให้อย่างน้อยเมอร์เรย์สามารถกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติทั่วไปโดยไม่มีอาการเจ็บปวดรบกวน

เป็นเรื่องน่าเสียดายและอาจน่าเจ็บปวดสำหรับแฟนกีฬา โดยเฉพาะกลุ่มบริติชที่เคยส่งเสียงเชียร์แอนดี้ เมอร์เรย์ ให้ชูแชมป์วิมเบิลดันและเห็นหนุ่มสกอตรายนี้ประสบความสำเร็จก้าวขึ้นมามีประกายในกลุ่มบิ๊กโฟร์ของวงการเทนนิสยุคนี้

นอกเหนือจาก โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดาล และ โนวัค ยอโควิช

วงการลูกสักหลาดมี แอนดี้ เมอร์เรย์ เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ทำให้การแข่งขันมีสีสันและเข้มข้น เฟดเอ็กซ์จะเข้าวัย 38 ในเดือนสิงหาคมนี้ เทียบกับเมอร์เรย์แล้วหากเขาไม่มีอาการบาดเจ็บ นักหวดสกอตยังอยู่ให้แฟนได้เชียร์ไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปี

ยุคนี้เป็นยุคที่เทนนิสชายผลัดกันลุ้นกันเข้มข้น (น่าเสียดายที่บางรายพักแข่งไปนานจากอาการบาดเจ็บเช่นกัน) ด้วยสายเลือดสกอต เมอร์เรย์คือนักสู้ที่ก้าวมาขับเคี่ยวกับยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดมานาน เมอร์เรย์พยายามถึง 8 ครั้งก่อนจะสัมผัสวิมเบิลดัน ตามมาด้วยเหรียญทองโอลิมปิก และยังเป็นกำลังสำคัญให้สหราชอาณาจักรได้แชมป์เดวิส คัพเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1936

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *