ฮันนี่แบดเจอร์

ฮันนี่แบดเจอร์

ฮันนี่แบดเจอร์

ฮันนี่แบดเจอร์ มีรูปร่างคล้ายกับสกั๊งค์ ที่เคยเป็นสัตว์ร่วมวงศ์มาก่อน ด้วยการที่มีขนบริเวณส่วนหลังสีขาว ขณะที่มีลำตัวสีดำสนิท มีกรงเล็บที่แหลมคม และฟันเขี้ยวที่แหลมคมในปาก
ฮันนี่แบดเจอร์ แบ่งออกได้เป็น 12 ชนิดย่อย (ดูในตาราง) มีความสูงจากตีนจนถึงหัวไหล่โดยเฉลี่ย 23-28 เซนติเมตร (9.1-11 นิ้ว) และความยาวลำตัว 55–77 เซนติเมตร (22–30 นิ้ว) และความยาวหางประมาณ 12–30 เซนติเมตร (4.7–12 นิ้ว) ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้ ตัวผู้มีน้ำหนัก 9-16 กิโลกรัม (20-35 ปอนด์) ขณะที่ตัวเมียประมาณ 5-10 กิโลกรัม (11-22 ปอนด์) โดยเฉลี่ย กะโหลกมีความยาวประมาณ 13.9–14.5 เซนติเมตร (5.5–5.7 นิ้ว) ในตัวผู้ และ 13 เซนติเมตร (5.1 นิ้ว) ในตัวเมียอายุขัยในธรรมชาติยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่อายุในที่เลี้ยงสูงสุด 24 ปีอาศัยอยู่ในโพรงดินที่ขุดขึ้นมาเองด้วยกรงเล็บ ซึ่งภายอยู่กันเป็นครอบครัวอาจมีสมาชิกถึง 20 ตัว
ฮันนี่แบดเจอร์ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์บกที่ดุร้ายที่สุดในโลก มีการบันทึกชื่อลงในกินเนสส์บุกในปี ค.ศ. 2002 มาแล้ว ด้วยความที่เป็นสัตว์ที่ไม่เกรงกลัวอะไรเลย แม้แต่สัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่า หรือสัตว์มีพิษ สามารถกินอาหารได้หลากหลาย ทั้ง งูพิษ, แมงป่อง ตลอดจนแมลงขนาดเล็ก ๆ ตามพื้นดิน เช่น ปลวก หรือหนอน แต่อาหารที่ชอบมากที่สุด คือ รวงผึ้งและน้ำผึ้ง

ซึ่งฮันนี่แบดเจอร์จะใช้กรงเล็บที่แหลมคมในการขุดเจาะทะลายรวงผึ้งฉีกเอาน้ำผึ้งมากิน โดยที่ไม่เกรงกลัวเหล็กในของผึ้ง เนื่องจากมีขนที่หนาและภูมิคุ้มกันพิษของเหล็กในผึ้งและพิษของงูพิษอยู่ในตัว เมื่อถูกงูพิษกัดหรือผึ้งต่อย

ฮันนี่แบดเจอร์จะล้มลงนอนเฉย ๆ 2-3 ชั่วโมง หรือหันก้นที่มีต่อมผลิตกลิ่นฉุนใส่ จากพฤติกรรมนี้ ทำให้นกพรานผึ้ง ที่ชอบกินผึ้งและน้ำผึ้งเหมือนกัน จะคอยบินติดตามฮันนี่แบดเจอร์ เนื่องจากไม่สามารถบินฝ่าฝูงผึ้งเข้าไปกินเองได้ จึงต้องให้ฮันนี่แบดเจอร์บุกเข้าไปทะลายรวงผึ้งเสียก่อน นกพรานผึ้งจึงบินตามเข้าไปกิน
ด้วยความที่ไม่เกรงกลัวสัตว์ใหญ่กว่า ฮันนี่แบดเจอร์กล้ากระทั่งพุ่งใส่หรือฆ่าสัตว์ดุร้ายที่มีขนาดใหญ่กว่าหลายตัวได้ เช่น เสือดาว, ไฮยีนา, สิงโต, เต่าบกฮันนี่แบดเจอร์ มีรูปร่างคล้ายกับสกั๊งค์ ที่เคยเป็นสัตว์ร่วมวงศ์มาก่อน  ด้วยการที่มีขนบริเวณส่วนหลังสีขาว ขณะที่มีลำตัวสีดำสนิท มีกรงเล็บที่แหลมคม และฟันเขี้ยวที่แหลมคมในปาก
ฮันนี่แบดเจอร์ แบ่งออกได้เป็น 12 ชนิดย่อย (ดูในตาราง)มีความสูงจากตีนจนถึงหัวไหล่โดยเฉลี่ย 23-28 เซนติเมตร (9.1-11 นิ้ว) และความยาวลำตัว 55–77 เซนติเมตร (22–30 นิ้ว) และความยาวหางประมาณ 12–30 เซนติเมตร (4.7–12 นิ้ว) ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้ ตัวผู้มีน้ำหนัก 9-16 กิโลกรัม (20-35 ปอนด์) ขณะที่ตัวเมียประมาณ 5-10 กิโลกรัม (11-22 ปอนด์) โดยเฉลี่ย กะโหลกมีความยาวประมาณ 13.9–14.5 เซนติเมตร (5.5–5.7 นิ้ว) ในตัวผู้ และ 13 เซนติเมตร (5.1 นิ้ว) ในตัวเมีย[อายุขัยในธรรมชาติยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่อายุในที่เลี้ยงสูงสุด 24 ปี อาศัยอยู่ในโพรงดินที่ขุดขึ้นมาเองด้วยกรงเล็บ ซึ่งภายอยู่กันเป็นครอบครัวอาจมีสมาชิกถึง 20 ตัว
ฮันนี่แบดเจอร์ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์บกที่ดุร้ายที่สุดในโลก มีการบันทึกชื่อลงในกินเนสส์บุกในปี ค.ศ. 2002 มาแล้ว ด้วยความที่เป็นสัตว์ที่ไม่เกรงกลัวอะไรเลย แม้แต่สัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่า หรือสัตว์มีพิษ สามารถกินอาหารได้หลากหลาย ทั้ง งูพิษ, แมงป่อง ตลอดจนแมลงขนาดเล็ก ๆ ตามพื้นดิน เช่น ปลวก หรือหนอน แต่อาหารที่ชอบมากที่สุด คือ รวงผึ้งและน้ำผึ้ง ซึ่งฮันนี่แบดเจอร์จะใช้กรงเล็บที่แหลมคมในการขุดเจาะทะลายรวงผึ้งฉีกเอาน้ำผึ้งมากิน โดยที่ไม่เกรงกลัวเหล็กในของผึ้ง เนื่องจากมีขนที่หนาและภูมิคุ้มกันพิษของเหล็กในผึ้งและพิษของงูพิษอยู่ในตัว เมื่อถูกงูพิษกัดหรือผึ้งต่อย ฮันนี่แบดเจอร์จะล้มลงนอนเฉย ๆ 2-3 ชั่วโมง หรือหันก้นที่มีต่อมผลิตกลิ่นฉุนใส่ จากพฤติกรรมนี้ ทำให้นกพรานผึ้ง ที่ชอบกินผึ้งและน้ำผึ้งเหมือนกัน จะคอยบินติดตามฮันนี่แบดเจอร์ เนื่องจากไม่สามารถบินฝ่าฝูงผึ้งเข้าไปกินเองได้ จึงต้องให้ฮันนี่แบดเจอร์บุกเข้าไปทะลายรวงผึ้งเสียก่อน นกพรานผึ้งจึงบินตามเข้าไปกิน
ด้วยความที่ไม่เกรงกลัวสัตว์ใหญ่กว่า ฮันนี่แบดเจอร์กล้ากระทั่งพุ่งใส่หรือฆ่าสัตว์ดุร้ายที่มีขนาดใหญ่กว่าหลายตัวได้ เช่น เสือดาว, ไฮยีนา, สิงโต, เต่าบก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *