ซาซี่ เรนนีเดย์

ซาซี่ เรนนีเดย์

ซาซี่ เรนนีเดย์

        ซาซี่ เรนนีเดย์ เป็นนักเรียนที่ออกจะลึกลับเนื่องจากเธอไม่ค่อยพูด และในหนังสือการ์ตูนก็ไม่ได้เขียนเกี่ยวกับเธอไว้มากนัก ซาซี่เป็นสมาชิกของชมรมกายกรรมและเล่นกายกรรมเก่งมาก

 เธอเป็น เอสเปอร์ ความสามารถนั้นคือติดต่อกับภูตได้ เธอมีสีผิวคล้ำ และที่ใบหน้าของเธอมีเครื่องหมายแปลกๆ สองแห่ง ได้แก่ หยดน้ำตาใหญ่ใต้ตาซ้าย และเส้นตั้งพาดผ่านฟากขวาของหน้า เป็นเหมือนลายสักของเวทมนตร์ เพราะมิได้เกิดจากแผลเป็น สัตว์เลียงที่ไกล้ชิดกับเธอที่สุดเป็น นก และมักจะนำมันติดตัวไปด้วยเสมอ

         อาชีพหลักของเธอคือ สาวน้อยนักมายากลอีกด้วย เธอได้ทำการแสดงในงานโรงเรียน มาโฮระด้วยกายกรรมที่เธอถนัด อีกทั้งในเล่มที่ 32-33 เป็นการต่อสู้ ระหว่าง โปโย๊ะกับเนกิ และตัวตนของซาซี่กะเปิดเผยอีกในเล่มต่อ ๆ ไป

         และยังมีคุณ รากันซึ่งก็ถือเป็นตัวละครหลัก ๆ เหมือนกันในมังงะ ( Manga ) เพราะเป็นอาจารย์ของเนกิ

เอวานเจลีน เอ.เค. แม็คโดเวล

เอวานเจลีน เอ.เค. แม็คโดเวล

เอวานเจลีน เอ.เค. แม็คโดเวล

        เอวานเจลีน เอ.เค. แม็คโดเวล หรือชื่อเต็มคือ เอวานเจลีน อาทาเนเซีย แคทเธอรีน (หรือ คิตตี) แม็คโดเวล 

หรือในเรื่องมักเรียกว่า เอวาจัง  เป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ห้องเอ เลขที่ 26 เอวาจังเกิดในครอบครัวขุนนางยุโรปช่วงสงครามร้อยปี บิดาของเธอรักและหวงแหนเธอมาก จึงให้เธออยู่แต่ในปราสาท เมื่อเอวาจังอายุได้สิบปี วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมาและพบว่าถูกสาปให้เป็นแวมไพร์ไป ซึ่งนอกจากทำให้เธอกลายเป็นอมตะแล้ว ยังมีผลให้ร่างกายเธอเป็นเด็กวัยสิบปีตลอดไปด้วย ต่อมาการล่าแม่มดระบาดในยุโรป ทำให้เธอถูกตามล่า เอวาจังจึงต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด

ภายหลังเธอเล่าให้เพื่อนในห้องฟังว่า เธออยู่กับการเข่นฆ่านานนับสิบปี โดยเรียกยุคนั้น “ถ้าไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า”

       เอวาจังมีทักษะดีในการทำคุณไสยและใช้มนตราเกี่ยวกับน้ำแข็ง พลังอำนาจของเธอนั้นเหนือกว่าใครเพื่อน นอกจากนี้ ความที่เป็นแวมไพร์ เธอจึงบินได้ กับทั้งเพราะเป็นอมตะ เธอจึงฟื้นคืนชีพได้ฉับพลัน เอวาจังยังสามารถเชิดหุ่นพยนต์จำนวนมากได้ในเวลาเดียวกัน ผู้คนในโลกเวทมนตร์จึงให้สมญาเธอหลาย ๆ อย่าง เช่น ผู้เผยความมืด, นักเชิดหุ่น , จอมเวทอมตะ ฯลฯ

        ในระหว่างที่ต้องสู้เพื่ออยู่รอดนั้น เอวาจังเป็นที่เกรงขามของโลกเวทมนตร์และโลกมนุษย์มาก ฝ่ายบ้านเมืองประกาศจับเธอโดยตั้งสินบนนำจับสูงถึงหกล้านดอลาร์สหรัฐ เธอจึงหนีไปอาศัยยังเกาะร้างทางตอนใต้ของโลก นากิ สปริงฟิลด์ (Nagi Springfield) บิดาของเนกิ ได้ช่วยเหลือเธอไว้ และดูแลเธอเป็นอย่างดี เธอหลงรักนากิและติดตามเขาไปรอบโลก แต่เมื่อเขาทราบอดีตของเธอ จึงต้องการให้เธอปรับเปลี่ยนนิสัยแข็งกร้าวและให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น นากิผนึกมนตราห้ามเธอออกนอกพัทธสีมาโรงเรียนมัธยมมาโฮระ โดยสัญญาว่าเมื่อเธอศึกษาเล่าเรียนจบแล้วจะถอนมนตราให้

       แต่ภายหลัง นากิกลับสาบสูญไป เอวาจังจึงต้องการดูดเลือดเนกิเพื่อทำลายมนตราของบิดาเขา

       อย่างไรก็ดี แม้พยายามให้ได้มาซึ่งเลือดของเนกิหลายครั้ง แต่เอวาจังก็พ่ายแพ้ทุกครั้ง เพราะภายใต้มนตราของนากิ เอวาจังไม่อาจใช้พลังอำนาจเต็มที่ได้ นอกจากนี้ เมื่อยิ่งสู้กัน เอวาจังยิ่งสนใจเนกิด้วย เธอจึงตัดสินใจเลิกต่อกรกับเขา

ต่อมาก็ช่วยสอนการต่อสู้และการใช้เวทมนตร์ให้แก่เนกิและเพื่อน ๆ เนกิจึงยอมให้เอวาจังดูดเลือดตนในบางโอกาสเป็นการตอบแทน สถานที่ฝึกสอนของเอวาจังนั้นเป็นโลกเสมือนจริงอันเนรมิตอยู่ในลูกแก้ว ซึ่งเธอเรียกว่าเป็น “บ้านพักตากอากาศ” ส่วนตัว หนึ่งวันในลูกแก้วเท่ากับหนึ่งชั่วโมงในชีวิตจริง

       ระหว่างเรียนที่โรงเรียนมัธยมมาโฮระ ฮาคาเซะ ซาโตมิ (Hakase Satomi) นักเรียนเลขที่ 24 กับ เจ้า หลินเฉิง นักเรียนเลขที่ 19 ห้องเดียวกับเอวาจัง ร่วมกันสร้างหุ่นยนต์สาวชื่อ ชาช่ามารุ (Chachamaru) ไว้คอยรับใช้เอวาจัง และเอวาจังใช้หุ่นพยนต์เพียงตัวเดียว คือ ชาช่าซีโร่ (Chachazero) อนึ่ง ชาช่ามารุเป็นเพื่อนร่วมห้องของเอวาจังด้วย โดยชาช่ามารุเลขที่ 10 ส่วนชาช่าซีโรนั้นติดตามเอวาจังมาตั้งแต่สมัยสงครามร้อยปีแล้ว

       เอวาจังไม่ชอบเรียนหนังสือ เวลาเรียนจึงมักแอบไปนอนหลับนอกห้อง และเมื่ออยู่ในห้องเรียนก็ไม่ค่อยพูดจา เธอเป็นสมาชิกชมรมหมากล้อมและชมรมชงชาของโรงเรียน ทำให้ชาช่ามารุซึ่งใฝ่ฝันอยากเป็นมนุษย์จริงมักสั่งน้ำชามาดื่มเลียนแบบเอวาจัง ทั้งที่จริงแล้วชาช่ามารุดื่มชาไม่ได้

นอกจากนี้ ระหว่างพำนักอยู่ในโรงเรียน เอวาจังมักไปเที่ยวหา โคโนเอมอน โคโนเอะ ผู้อำนวยการ ซึ่งรู้จักกันมานมนานแล้ว ทั้งคู่เล่นหมากล้อมกันเสมอ

ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ

ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ

ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ

        ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ เป็นนักดาบจากสำนักชินเมริว (สำนักเดียวกันกับ อาโอยามะ โมโตโกะ จาก บ้านพักอลเวง Love Hina) มีพื้นเพเป็นคนเกียวโตเป็นเพื่อนและองครักษ์ของโคโนกะตั้งแต่สมัยทั้งคู่ยังเด็ก มีดาบคู่กายชื่อ “ยูนางิ” (สงัดสนธยา) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 5 จาคุ (150ซม.)

ความจงรักภักดีของเซ็ตซึนะ ต่อโคโนกะและความสนิทสนมที่โคโนกะมีต่อเธอ ส่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าความเป็นเพื่อน (ในอนิเมะ ภาค OVA ทั้งฉบับฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง จะเห็นได้ชัดเจนที่สุด) อย่างไรก็ดีตั้งแต่เข้าโรงเรียนมาโฮระ เซ็ตซึนะหลีกเลี่ยงไม่พูดกับโคโนกะ เนื่องจากเธอไม่ต้องการเปิดเผยฐานะของโคโนกะ และเชื่อว่าเธอควรจะปกป้องโคโนกะอยู่ห่างๆ เซ็ตซึนะเป็นลูกครึ่งปีศาจเผ่าปักษาซึ่งมีปีกสีขาวขนาดใหญ่บริเวณกลางหลังหนึ่งคู่ ด้วยเหตุนี้เธอจึงกลัวโคโนกะและคนอื่นจะเกลียดเธอ ในภาคเกียวโต เนกิ อาซึนะและโคโนกะได้รู้ว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ แต่ก็ยังเป็นเพื่อนของเธอต่อไปรวมทั้งช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับ หลังจากนั้นเซ็ตซึนะก็เปิดตัวสู่คนอื่นมากขึ้นและเริ่มพูดคุยกับโคโนกะ เซ็ตซึนะมักจับคู่เป็นทีมนักล่าปีศาจกับมานะ เธอเป็นนักเรียนคนที่สามที่เนกิทำพันธสัญญาชั่วคราวด้วย (แต่ในอนิเมะภาคแรก เธอทำพันธสัญญากับโคโนกะ และในอนิเมะภาคเนกิมะ!? เธอทำพันธสัญญาเป็นคนที่ 4)

คาราคุริ ชาช่ามารุ

คาราคุริ ชาช่ามารุ

คาราคุริ ชาช่ามารุ

        ชาช่ามารุ เป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ห้องเอ เลขที่ 10 โรงเรียนมัธยมมาโฮระ ซึ่งมี เนกิ สปริงฟิลด์ (Negi Springfield) เด็กชายวัยสิบขวบที่เป็นผู้ใช้เวทมนตร์ เป็นครูประจำชั้น เธอเป็นหุ่นยนต์ และเป็นผู้ติดตามของเอวาจัง (Evachan) แวมไพร์ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องเลขที่ 26

        ชาช่ามารุไม่ชอบใจที่หลายคนบอกว่า เธอเป็นเพียงตุ๊กตาไร้จิตวิญญาณ ทำให้พยายามค้นหาความเป็นมนุษย์ของตน และมีพัฒนาการในการแสดงอารมณ์และความรู้สึกเป็นอันมาก โดยเฉพาะความรักที่มีต่อเนกิ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งบอกเธอว่า การเป็นหุ่นยนต์ไม่ได้หมายความว่าไร้ความรู้สึก

         ตามท้องเรื่อง ชาช่ามารุเป็นหุ่นยนต์ซึ่ง ฮาคาเซะ ซาโตมิ (Hakase Satomi) นักเรียนเลขที่ 24 กับ เจ้า หลินเฉิง นักเรียนเลขที่ 19 สร้างไว้ให้รับใช้เอวาจัง เพื่อนร่วมห้องเรียนเลขที่ 26 ทั้งคู่สร้างชาช่ามารุเสร็จเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2544 และเดินเครื่องให้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2544 วันที่ 1 เมษายน 2544 จึงเป็นวันเกิดของชาช่ามารุ คำว่า “คาราคุริ” ที่เป็นชื่อสกุลของเธอนั้น มีความหมายว่า เครื่องจักร หรือกลไก

         แม้ว่าชาช่ามารุมีอวัยวะหลายอย่างที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเธอเป็นหุ่นยนต์ โดยเฉพาะใบหูทั้งคู่ แต่น้อยคนในห้องที่จะสังเกตว่าเธอเป็นหุ่นยนต์ ชาช่ามารุบอกเพื่อนว่าตนเป็น “กายนอยด์” (gynoid) หมายถึง แอนดรอยด์ (android) เพศหญิง เนื้อเรื่องในภายหลังเผยว่า ชาช่ามารุเป็นแอนดรอยด์รุ่นล่าสุด ผลิตพร้อมกับอีกหลาย ๆ ตัว เพื่อไว้รับใช้เอวาจังด้วยกัน โดยแอนดรอยด์ตัวอื่น ๆ เรียกชาช่ามารุว่า “น้องเล็ก” (little sister)

        ที่โรงเรียนมัธยมมาโฮระ นอกจากเป็นเพื่อนร่วมห้องกันแล้ว ชาช่ามารุยังอยู่ชมรมเดียวกับเอวาจัง คือ ชมรมหมากล้อม และชมรมชงชา และในฐานะที่เป็นผู้ติดตามของเอวาจัง ชาช่ามารุอาศัยอยู่กับเอวาจังในพัทธสีมาของโรงเรียน ทั้งนี้ เพราะเอวาจังถูกนากิ บิดาของเนกิ ผนึกมนตราห้ามออกนอกโรงเรียนไว้ ชาช่ามารุใช้เวลาส่วนใหญ่ช่วยเหลือผู้คนและสัตว์ต่าง ๆ เธอจึงเป็นที่รักของทุกชีวิตในเมือง ซึ่งก็ดูเหมือนไม่ทราบว่าเธอเป็นหุ่นยนต์

        อาจเพราะซาโตมิใช้เวทมนตร์ประสมในการสร้างชาช่ามารุ ชาช่ามารุจึงเรียนรู้ที่จะทำงานเสมือนมนุษย์ รวมถึงมีอารมณ์และความรู้สึกนึกคิด ซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในระบบโปรแกรมของเธอ เป็นต้นว่า เฟืองในร่างกายของเธอจะปั่นแรงขึ้นในโมงยามที่มนุษย์ทั่วไปจะรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้น รวมถึงระบบล้างดวงตาทำงานด้อยลงเมื่อโกรธ ทำนองเดียวกับมนุษย์ที่จะหน้ามืดตามัวเวลาโมโห

แม้ชาช่ามารุเป็นหุ่นยนต์เต็มร้อย แต่เธอไม่ชอบที่มีคนบอกว่าเธอเป็นเพียงตุ๊กตาไร้จิตวิญญาณ เครื่องยืนยันเด่นชัดที่สุดว่าเธอมีพัฒนาการเหมือนมนุษย์ คือ เธอมีความรักต่อเนกิ และทวีความรักนั้นขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทำให้ซาโตมิตื่นเต้นและต้องการทดลองเรื่องดังกล่าวเพราะหวังชิงรางวัลโนเบล แต่เมื่อซาโตมิพบว่าชาช่ามารุหลงรักเนกิอย่างจริงใจ ก็เลิกล้มการทดลองเสีย

ไอซากะ ซาโยะ

ไอซากะ ซาโยะ

ไอซากะ ซาโยะ

        ไอซากะ ซาโยะ เป็นวิญญาณนักเรียนที่ตายไปนานกว่าสี่สิบปีที่แล้ว เธอสิงอยู่ที่โต๊ะหมายเลขหนึ่งที่ไม่มีใครกล้านั่ง เพราะทุกคนที่เคยมานั้งโต๊ะตัวนี้ จะเกิดอาการเสียวสันหลังจนย้ายไปนั่งที่อื่นหมด แต่เธอก็เป็นคนสุภาพสงบเสงี่ยม และยังมีนิสัยตกใจกลัวง่าย คนปกติไม่สามารถมองเห็นเธอได้

        ดังนั้น จึงไม่มีใครสนใจเธอจนกระทั่งเนกิหลงนับเธอตอนที่ให้นักเรียนในชั้นลงคะแนนเลือกงานห้อง เธอจึงพยายามจะแสดงตนออกมาให้คนอื่นๆ รับรู้ แต่เรื่องราวกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม ส่งผลให้มานะกับเซ็ตซึนะตามล่าเธอ แต่เนกิก็ได้แก้ไขความเข้าใจผิดและช่วยเธอไว้

        หลังจากนั้นเธอกลายเป็นเพื่อนสนิทและสายลับหาข่าวชั้นดีของคาซึมิเป็นวิญญาณที่ได้รับความนิยมพอสมควร มีลักษณะนิสัยเหมือนเอา ชิโนบุ บวกกับ มุทสึมิ แล้วหารด้วยสอง เป็นตัวละครที่ ลอยไปลอยมา โดยเธอไม่สามารถออกไปนอกโรงเรียนได้ไกลมากนักแต่ต่อมาอาซากุระได้ขอวิธีการที่ให้เธอออกนอกโรงเรียนได้ซึ่งเอวาเจนลีนได้ให้ตุ๊กตาตัวเล็กซึ่งซาโยะสามารถเข้าสิงได้จึงออกนอกโรงเรียนได้

        ในภาพยนตร์การ์ตูน ซาโยะรู้จักกับท่านผู้อำนวยการตั่งแต่สมัยมีชีวิต เธอตายด้วยโรคปอดบวม เนื่องจากเธอใช้ตัวเองปกป้องดอกไม้ของน้องสาวจากพายุฝนกระหน่ำ แต่ด้วยเนื่องจากว่าในหนังสือยังไม่ได้มีระบุเอาไว้ว่าเธอตายด้วยโรคปอดบวม เพราะปกป้องดอกไม้ของน้องสาวจากพายุฝนกระหน่ำ

ในภาคอะนิเมะในมังงะนั้นได้บอกไว้แล้วว่า เป็นเด็กผู้หญิงที่โคโนเอม่อน อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนมาโฮระเคยบอกว่าเป็นเด็กผู้หญิงที่แอบชอบในสมัยยังเรียนอยู่ จึงสรุปได้ว่าการตายของไอซากะ ซาโยะ ยังเป็นปริศนาอยู่

ทากาสุงิ ชินสุเกะ

ทากาสุงิ ชินสุเกะ

ทากาสุงิ ชินสุเกะ

        ทากาสุงิ ชินสุเกะ เป็นอดีตเด็กสำนักเรียนของ “โยชิดะ โชโย” ร่วมกับซากาตะ กินโทกิและคาซึระ โคทาโร่ ทั้งสามคนได้ร่วมต่อสู้ด้วยกันในสงครามขับไล่ชาวสวรรค์ โดยทากาสุงิเป็นหัวหน้าของกลุ่มขับไล่ต่างแดนที่มีชื่อว่า กองทหารอสุรา  หลังจากการขับไล่ชาวสรรค์ไม่ประสบความสำเร็จ ทากาสุงิยังคงซ่องสุมกำลังเพื่อการกอบกู้ญี่ปุ่นอีกครั้ง

        ทากาสุงิเป็นนักรบขับไล่ต่างแดนที่หัวรุนแรงที่สุด เป็นคนที่ชินเซ็นงุมิต้องการตัวมากที่สุดเช่นกัน เขาเคยสังหารข้าราชการบาคุฟุมาแล้วนับสิบรายในงานเลี้ยง แล้ววิธีการในการกอบกู้ญี่ปุ่นของเขาคือการทำลายเอโดะให้ย่อยยับไป แล้วจึงสร้างประเทศขึ้นใหม่

ซึ่งแม้แต่คาซึระที่เป็นหัวหน้ากลุ่มขับไล่ต่างแดนอีกกลุ่มก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีของทากาสุงิ เพราะวิธีการของคาซึระจะเน้นความสันติมากกว่า

        ทากาสุงิมีบุคลิก คือมีผ้าพันปิดไว้ที่ตาข้างซ้าย ใส่กิโมโนลายผีเสื้อ มีสายตาที่น่ากลัว และมีสีหน้าเจ้าเล่ห์แบบฉลาดแกมโกงอยู่เสมอ ชอบสูบยาด้วยกล้องยาสูบอันยาว

        ในกองทหารอสุราของทากาสุงิมีบุคลากรสำคัญได้แก่ คาวาคามิ บันไซ นักดาบมือหนึ่งที่ชอบฟังเพลง, โอคาดะ นิโช นักดาบตาบอด, คิจิมะ มาทาโกะ สาวแม่นปืน และทาเคจิ เฮนเพตะ เสนาธิการนักวางแผน ในบางครั้ง เขาเรียกกินโทกิว่า”ชิโร่ยาฉะ(ปีศาจสีขาว)” ตามฉายาเก่าของกินโทกิ และแอบเรียกคาซึระด้วยชื่อ”ซึระ(วิกผม)”อยู่เนืองๆ

        เขาเคยเข้าไป “ทักทาย”กินโทกิในงานเทศกาลที่ทากาสุงิวางแผนให้ช่างหุ่นยนต์สังหารโชกุนที่มาเข้าร่วมงาน แต่ก็เจอกับกินโทกิที่เหนือกว่าในเชิงการข่มขวัญ จึงล่าถอยกลับไปสักพัก และกลับมาอีกครั้งในภาคเบนิซากุระ ซึ่งเป็นตอนในเล่ม11-12 ที่ทากาสุงิเริ่มดำเนินแผนล้างเอโดะเต็มรูปแบบ แต่ก็ถูกกลุ่มร้านสารพัดรับจ้าง ชินเซ็นงุมิ และกลุ่มของคาซึระมาขัดขวางไว้ได้ จากนั้นเขาจึงหายตัวไป

        ตอนที่ 310 ทากาสุงิพบกับคามุอิ พี่ชายคางุระบนยานสลัดอวกาศฮารุซาเมะโดยบังเอิญ ตอนหลังก็ได้ร่วมมือกันกำจัดพลเอกของฮารุซาเมะในที่สุด (ในวันปีใหม่ของกินทามะ เขาได้ส่งส.ค.สไปหากินโทกิ โดยมีข้อความว่า “สุขสันต์วันปีใหม่ ปีนี้ฉันจะตั้งใจทำลายสิ่งต่างๆเช่นเดิม”ทำให้กินโทกิยัวะขึ้นเล็กน้อยว่าจะส่งข้อความแบบนี้มาทำไม)

        ทากาสุงินั้นเลื่อมใสในตัวของ “โยชิดะ โชโย” ผู้เป็นอาจารย์ของตนมากเพราะเป็นคนที่สอนวิถีซามูไรที่แท้จริงและจุดหมายการมีชีวิตให้กับเขา หลังจากที่อาจารย์ถูกทางรัฐบาลที่ร่วมมือกับเท็นโดชูจับกุมตัวไป เขาก็ได้เข้าร่วมสงครามขับไล่ต่างแดนพร้อมกับกินโทกิและคาสึระ โดยมีจุดประสงค์หลักคือทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยโชโยอาจารย์ของพวกเขาออกจากพวก “นาราคุ” อีการับใช้ของเท็นโดชู

        แต่วันหนึ่งพวกเขาเกิดพลาดท่าเสียทีโดนเหล่านาราคุจับตัวได้ และบังคับให้กินโทกิสังหารโชโยอาจารย์ของตัวเองแลกกับชีวิตของพวกเขาทั้งสามคน ซึ่งกินโทกิได้เลือกที่จะสังหารอาจารย์ตัวเองเพื่อช่วยเหล่าเพื่อนพ้องตามที่เขาได้ให้สัญญากับอาจารย์ไว้ในอดีต แต่นั้นกลับสร้างความเคียดแค้นให้กับทากาสุงิและกลายเป็นชนวนเหตุให้มิตรภาพระหว่างพวกเขาทั้งสองต้องขาดสะบั้นลงนับแต่นั้น และกลายเป็นศัตรูที่เคียดแค้นที่กินกันไม่ลงจนถึงทุกวันนี้

คาซึระ โคทาโร่

คาซึระ โคทาโร่

คาซึระ โคทาโร่

        คาซึระ โคทาโร่ เป็นเพื่อนสนิทของซากาตะ กินโทกิและทากาสุงิ ชินสุเกะมาตั้งแต่ยังเรียนหนังสือด้วยกัน ต่อมา ทั้งสามจึงได้เป็นนักรบขับไล่ชาวสวรรค์

        หลังจากชาวสวรรค์สามารถยึดเอโดะได้อย่างสมบูรณ์ กินโทกิได้วางมือจากซามูไรขับไล่ต่างแดนมาเป็นนักรับจ้างอิสระ ทากาสุงิกลับซ่องสุมกำลังเตรียมจะทำลายเอโดะทั้งเมือง ส่วนคาซึระก็ยังคงทำหน้าที่นักรบขับไล่ต่อไปอย่างลับๆ โดยหลบซ่อนตัวจากการตามล่าของตำรวจพิเศษติดอาวุธชินเซ็นงุมิ

        ในช่วงแรกๆ คาซึระวางแผนที่จะสร้างความปั่นป่วนโดยการทำลายสถานทูตหรือก่อความวุ่นวายแบบอื่นๆ แต่ภายหลัง คาซึระได้ใช้วางแผนใช้วิธีปฏิวัติโดยไม่เสียเลือดเนื้อ คาซึระมักจะตอบคนที่เรียกชื่อเขาผิดหรือไม่ได้เรียกว่า “ไม่ใช่ซึระ…คาซึระต่างหาก”อยู่บ่อยๆ

        ในตอนแรกพยายามชักชวนให้กินโทกิกลับมาร่วมกองซามูไรขับไล่ต่างแดน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากกินโทกิโดยให้เหตุผลทำนองว่าตนเองไม่สามารถปกป้องเพื่อนพ้องได้ อยู่แบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ไม่อยากเห็นคนตายและไม่อยากฆ่าคนอีก คาซึระจึงไม่พยายามชวนกินโทกิอีก แต่ก็เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของกินโทกิเวลาที่กินโทกิจำเป็นต้องสู้เพื่อปกป้องอะไรบางอย่างไม่เว้นแม้แต่หนังสือซีคิดส์ และเป็นคนห่วงใยกินโทกิอยู่บ้างเหมือนกัน สังเกตจากตอนที่คาซึระยอมไปช่วยคางุระและชินปาจิกับกินโทกิ โดยบอกว่าภาระที่กินโทกิแบกมาตลอดจนถึงทุกวันนี้มันหนักเกินไป และจะช่วยแบกรับภาระนั้นเอง

        ในภาพยนตร์จอเงินนั้น คาซึระถูกนักฆ่าที่เคยเป็นเพื่อนกับเขาและกินโทกิในสมัยเด็กลอบทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส นักรับจ้างสารพัดจึงออกตามหาเบาะแส ตามไตเติ้ลนั้นทั้งสามคนต่อสู้แบบเอาเป็นเอาตาย กินโทกิก็ถูกดาบแทงไปหลายทีจนบาดเจ็บสาหัสหนัก

        คาซึระมีความสามารถพิเศษ คือการปลอมตัวเพื่อหลบหลีกสายตาชินเซ็นงุมิ จนได้รับฉายาว่า “โคทาโร่จอมหลบหนี”

ยางิว คิวเบ

ยางิว คิวเบ

ยางิว คิวเบ

        ยางิว คิวเบย์ เป็นเพื่อนสนิทของโอทาเอะ พี่สาวของชินปาจิ มาตั้งแต่เด็กๆ เป็นหลานสาวคนเดียวของเจ้าสำนักยางิว จึงถูกเลี้ยงดูเยี่ยงชาย และทำให้เธอมีความคิดแบบบุรุษไปด้วย

        คิวเบเคยช่วยชีวิตโอทาเอะ จากการรังแกของเจ้าหนี้เงินกู้ จนทำให้เธอต้องสูญเสียตาข้างซ้ายไป และเธอต้องสวมที่คาดตาที่ตาข้างซ้ายมาโดยตลอด ด้วยเธอมีความคิดที่อยากจะปกป้องโอทาเอะให้ถึงที่สุด เธอจึงมั่นฝึกซ้อมวิชาดาบจนกลายเป็นยอดฝีมือแห่งสำนักยางิว

        ต่อมาจึงได้พาตัวโอทาเอะมาที่สำนักยางิว หวังจะแต่งงานกับโอทาเอะ ทว่า กินโทกิ ชินปาจิ คางุระ คอนโด้ ฮิจิคาตะและโอคิตะได้เดินทางมายังสำนักยางิวเพื่อชิงตัวโอทาเอะคืน จึงได้มีการประลองกันระหว่างทั้งสองฝ่าย ผลปรากฏว่าฝ่ายของกินโทกิได้ชนะการประลอง ทำให้คิวเบยกเลิกการแต่งงานกับโอทาเอะ แต่ทั้งสองก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

        ในตอนต่อ ๆ มา คิวเบก็มีบทบาทอยู่บ้างประปราย โดยเหตุการณ์ที่โดดเด่นตอนหนึ่งคือ ภาควังมังกร ที่คิวเบ ร่วมกับกินโทกิ ชินปาจิ คางุระ โอทาเอะ คาซึระ และฮาเซงาว่า จะต้องทำการขัดขวางแผนการของโอโทฮิเมะแห่งวังมังกรที่จะทำให้คนทั้งโลกกลายเป็นคนชรา

        มีอยู่ตอนหนึ่งเธอเป็นต้นเหตุให้คนทั้งโลกกลายร่างสลับเพศกันหมด ยกเว้นแต่โอทาเอะเพียงคนเดียวที่ยังเป็นผู้หญิง คิวเบย์(คิว 九 =เก้า 9)ที่เป็นผู้หญิงจึงเปลี่ยนชื่อเป็นจูเบย์ (จู 十=สิบ 10)เธอในร่างชายได้ทำให้โอทาเอะหวั่นไหวมาก ถึงกระทั่งคอนโด้ที่กลายร่างเป็นผู้หญิงผมทองยอมเปิดทางให้ โดยหาตั๋วภาพยนตร์ 2 ใบมอบให้กับจูเบย์และโอทาเอะเพื่อให้ทั้งคู่ไปดูหนังด้วยกัน แต่แล้วที่สุดในตอนท้าย จูเบย์ก็เลือกที่จะไปจัดการกับเจ้าลัทธิที่เป็นผู้ก่อเรื่องที่แท้จริง แทนที่จะไปเดทกับโอทาเอะ

สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็กลับสู่สภาพปกติ ทุกคนกลับไปเป็นเพศสภาพเดิมของตน

        เธอเป็นคู่แข่งความรักโอทาเอะของคอนโด้ อิซาโอะ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย และเมื่อโอทาเอะเดือดร้อนพวกเขาก็เข้าขาช่วยเหลือโอทาเอะได้เป็นอย่างดี

        คิวเบจับตัวผู้ชาย ไม่ได้เพราะเธอแพ้ผู้ชาย เมื่อจับตัวผู้ชายไม่นานตุ่มจะขึ้นทันที

        คิวเบมีสัตว์เลี้ยงเป็นลิง ชื่อ “เครื่องปาสระอึ ที่มีอายุไขไร้กำหนดแล้วก็มี เสี้ยวชีวิตของกางเกงในตัวเมื่อวานซืนของชินจัง บัลมุงค์=เฟซาเรี่ยน ไอแซ็ค=ชไนเดอร์ สองในสามที่เหลือของความรู้สึกเดียงสานั้น­หนึ่งในสามก็ คือ ความรู้สึกกังวลหนังเล็บเปิด การทรยศที่ชั้นรู้คือการ ไม่รู้ชื่อแต่ทำเหมือนรู้ไปหมด แมวไม่อยู่หนูร่าเริง รักลูกให้ผูกรักวัวให้ตี แต่ที่จริงเมื่อกี้ก็คือ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี แย่งกันไปมา ตาอยู่เอาไปกิน ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด กระสุนอึเหลว”

อิโต คาโมทาโร่

อิโต คาโมทาโร่

อิโต คาโมทาโร่

        อิโต คาโมทาโร่ เป็นเสนาธิการแห่งชินเซ็นงุมิ คู่แข่งคนหนึ่งของฮิจิคาตะ โทชิโร่ ทั้งอิโต้และฮิจิคาตะต้องต่างปณิธานว่าจะสังหารอีกฝ่ายให้ได้ในสักวัน

        ต่อมาภายหลัง อิโตได้ทรยศต่อชินเซ็นงุมิโดยไปเข้าด้วยกับกองทหารอสุราจากการเกลี้ยกล่อมของทากาสุงิ ชินสุเกะ และร่วมมือกับคาวาคามิ บันไซ นักดาบกองทหารอสุราในการวางแผนสังหารคอนโด้ อิซาโอะ ผู้เป็นหัวหน้าแห่งชินเซ็นงุมิ

        โดยเริ่มจากการยุยงให้คอนโด้ปลดฮิจิคาตะจากการเป็นรองหัวหน้าของชินเซ็นงุมิ โดยมีข้อหาจากพฤติกรรมที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหลักของชินเซ้นงุมิ อันเนื่องมาจากเพราะฮิจิคาตะต้องคำสาปดาบภูตจนกลายเป็นโอทาคุ จากนั้นจึงหลอกคอนโด้ไปขึ้นรถไฟและจึงล้อมคอนโด้เพื่อสังหาร

        แต่โอคิตะเข้าขัดขวาง ประกอบกับฮิจิคาตะ กินโทกิ และนักรับจ้างสารพัดได้มาร่วมสมทบอีกแรง แผนการยึดอำนาจชินเซ็นงุมิจึงไม่สำเร็จ ตัวอิโตเองกลับถูกกองทหารอสุราหักหลัง แต่คอนโด้และชินเซ็นงุมิได้ช่วยชีวิตอิโตเอาไว้

        อิโตได้รับบาดเจ็บปางตายจากการทรยศของกองทหารอสุรา คอนโด้ไม่ต้องการให้อิโตตายในฐานะผู้ทรยศ แต่ตายในฐานะซามูไรและเพื่อนพ้องของชินเซ็นงุมิ จึงให้อิโตประลองดาบกับฮิจิคาตะ อิโตได้ถูกฮิจิคาตะฟันเสียชีวิต

วากาบายาชิ เก็นโซ

วากาบายาชิ เก็นโซ

วากาบายาชิ เก็นโซ

วันเกิด: 7 ธ.ค.
เบอร์เสื้อทีมชาติญี่ปุ่น: #22
ตำแหน่ง: ผู้รักษาประตู
ฉายา: SGGK (Super Great Goalkeeper)

        วากาบายาชิ เป็นผู้รักษาประตูที่มีปฏิกิริยายอดเยี่ยม ไม่ว่าบอลจะขว้างมาตรงไหน สามารถรับได้เกือบทุกลูก ยากที่จะผ่านมือเขาได้ เขาเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง ยากที่ใครจะเข้าถึง มีเพียงซึบาสะ เพื่อนรักของเขาเท่านั้นที่เขายอมเปิดใจด้วย
เขาใฝ่ฝันอยากเป็นยอดผู้รักษาประตูที่เยี่ยมที่สุดในโลตั้งแต่สมัยยังเด็ก ซึ่งในตอนนั้น เขาถือเป็นคู่แข่งของซึบาสะตัวยง และชอบท้าซึบาสะมาดวลกัน แต่พอเขาได้มาดวลกับซึบาสะ ทำให้เขารู้จักการเล่นเป็นทีม แถมรู้พิษสงความเก่งกาจของซึบาสะ

        จึงทำให้เขายอมรับในฝีเท้าองซึบาสะและเป็นเพื่อนสนิทกัน นับแต่นั้น อนึ่ง ในเวอร์ชั่นยุโรป และ ละตินอเมริกา เรียกวากาบายาชิว่า Benji Price