ยูฮิ คุเรไน

ยูฮิ คุเรไน

ยูฮิ คุเรไน

        ยูฮิ คุเรไน เป็นครูของทีม 8 ซึ่งประกอบไปด้วยอะบุราเมะ ชิโนะ, ฮิวงะ ฮินาตะ, อินุซึกะ คิบะ + อากามารุ คุเรไนพึ่งจะได้เป็นโจนินได้ไม่นานนัก ซึ่งเธอมักเป็นเป็นคนสอนเรื่องการต่อสู้ และการต่างตัวให้ฮินาตะเสมอ

ต่างจากพ่อของฮินาตะที่ไม่ใส่ใจฮินาตะนัก และผลักไสฮินาตะให้ไปอยู่ภายใต้การดูแลของคุเรไนแทน ในภาคแรกๆของอะนิเมะคุเรไนใส่เสื้อผ้าสีแดงสดมาก ซึ่งพูดได้ว่าเป็นข้อผิดพลาดเลยก็ได้ เพราะต่อๆมา คุเรไนใส่เพียงเสื้อที่มีสีแดงเฉพาะส่วนแขน และผ้าพันแผลสีขาวแทน

        คุเรไนนั้นยังมีประสบการณ์ไม่มากนัก ในการสอบจูนิน เราจะเห็นเพียงบทบาทที่คุเรไนออกความคิดเห็นเกี่ยวกั บการต่อสู้เท่านั้น แต่ไม่ได้เห็นฉากการต่อสู้ในการปกป้องหมู่บ้านของเธอ

        หลังจากเหตุการณ์สงบลง ในขณะที่กลุ่มแสงอุษากำลังแทรกซึมเข้ามาโคโนะฮะอยู่นั้น คาคาชิได้เจอคุเรไนและอาสึมะกำลังอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่จึงถูกแซวถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกัน คุเรไนเขินและบอกกับคาคาชิว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนกันและเธอเพียงมาซื้อขนมให้อังโกะเท่านั้น

อย่างไรก็ดี คาคาชิที่สังเกตเห็นความผิดปกติของชายแปลกหน้าสองคนในร้านน้ำชา ได้ขอให้เธอและอาสึมะช่วยไปดูลาดเลาให้ คุเรไนก็รับปาก ทำให้หลังจากนั้นอาสึม่าและคุเรไนได้ปะทะกับอิทาจิและคิซาเมะซึ่งเป็นสมาชิกของแสงอุษา

         ในขณะที่อาสึมะกำลังปะทะกับคิซาเมะอยู่นั้น คุเรไนได้ใช้คาถาลวงตากับอิทาจิโดยให้ต้นไม้ลัดอิทาจิไว้แล้วตัวเองลอบฆ่าจากด้านหลังซึ่งกลับกลายเป็นคุเรไนเองที่โดนเนตรวงแหวนของอิทาจิ ทำให้ผลลัพธ์ของคาถาย้อนกลับ เธอเองเป็นฝ่ายที่โดนจับโดยคาถาลวงตาของตนเอง อยากไรก็ตาม เธอสามารถที่จะคลายคาถาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะโดนอิทาจิซัดจุดตาย แต่ก็ไม่วายโดนเขาเตะจนกระเด็นออกมาจนได้

อย่างไรก็ดี ก่อนที่ทั้งสองจะเพลี่ยงพล้ำไปมากกว่านั้น คาคาชิก็เข้ามาช่วยทั้งคู่ และยังได้ไกมาช่วยบอกวิธีการรับมือกับอิทาจิอีก สุดท้ายเรื่องก็จบลงด้วยการที่คาคาชิโดยเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุพผาเข้าไปจนหมดสติ และอิทาจิกับคิซาเมะก็ล่าถอยไป

        ในแอนิเมชันนั้นรูปลักษณ์ของคุเรไนเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เพราะเธอขาวขึ้นจากเดิมเล็กน้อย หลังจากที่เธอและอาสึม่าถูกได้รับการรักษาออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว นอกจากนี้ เรายังได้เห็นความสามารถของเธออีกครั้งในตอนสั้นๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับลูกศิษย์ที่ชื่อ ยาคุโมะ ผู้ซึ่งมีพลังปิศาจอยูในตัวแต่ได้ถูกโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ปิดผนึกพลังไว้ให้

        ผนึกของยาคุโมะก็คลายออกปล่อยครั้ง ทำให้คุเรไนตัดสินใจพายาคุโมะไปทำพิธีปิดผนึกพลังเหมือนย่างที่คาคาชิทำให้ซาสึเกะที่ภูเขา และฝึกฝนยาคุโมะจนในที่สุดยาคุโมะเองก็สามารถควบคุมพลังนั้นและปกป้องตัวเองได้

        บทบาทของคุเรไนจบลงเพียงเท่านั้น และมาปรากฏตัวอีกครั้งในภาคที่สองของเรื่องในฉบับคอมมิค ในฉากที่แสดงถึงลางบอกเหตุจากการต่อสู้ของอาสึมะกับฮิดัน

ซึ่งเมื่อจบศึกของทีมอาสึมะ เมื่อชิกามารุมะส่งข่าวเรื่องการตายของอาสึมะ ก็ทำให้คุเรไนช็อคกับข่าวนั้นและร้องไห้เสียใจ ชิกามะรุได้ให้สัญญาไว้ว่าจะดูแลลูกของคุเรไนเอง ทำให้ทราบได้ว่าอาสึมะและคุเรไนได้แต่งงานและมีลูกด้วยกันในช่วงที่เวลาผ่านไป 3 ปี 2 เดือน ตามเนื้อเรื่อง

หลังจากเหตุการณ์สงบลง ในขณะที่กลุ่มแสงอุษากำลังแทรกซึมเข้ามาโคโนะฮะอยู่นั้น คาคาชิได้เจอคุเรไนและอาสึมะกำลังอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่จึงถูกแซวถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกัน คุเรไนเขินและบอกกับคาคาชิว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนกันและเธอเพียงมาซื้อขนมให้อังโกะเท่านั้น อย่างไรก็ดี คาคาชิที่สังเกตเห็นความผิดปกติของชายแปลกหน้าสองคนในร้านน้ำชา ได้ขอให้เธอและอาสึมะช่วยไปดูลาดเลาให้ คุเรไนก็รับปาก

ทำให้หลังจากนั้นอาสึม่าและคุเรไนได้ปะทะกับอิทาจิและคิซาเมะซึ่งเป็นสมาชิกของแสงอุษา ในขณะที่อาสึมะกำลังปะทะกับคิซาเมะอยู่นั้น คุเรไนได้ใช้คาถาลวงตากับอิทาจิโดยให้ต้นไม้ลัดอิทาจิไว้แล้วตัวเองลอบฆ่าจากด้านหลังซึ่งกลับกลายเป็นคุเรไนเองที่โดนเนตรวงแหวนของอิทาจิ ทำให้ผลลัพธ์ของคาถาย้อนกลับ เธอเองเป็นฝ่ายที่โดนจับโดยคาถาลวงตาของตนเอง อยากไรก็ตาม เธอสามารถที่จะคลายคาถาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะโดนอิทาจิซัดจุดตาย แต่ก็ไม่วายโดนเขาเตะจนกระเด็นออกมาจนได้ อย่างไรก็ดี ก่อนที่ทั้งสองจะเพลี่ยงพล้ำไปมากกว่านั้น คาคาชิก็เข้ามาช่วยทั้งคู่ และยังได้ไกมาช่วยบอกวิธีการรับมือกับอิทาจิอีก สุดท้ายเรื่องก็จบลงด้วยการที่คาคาชิโดยเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุพผาเข้าไปจนหมดสติ และอิทาจิกับคิซาเมะก็ล่าถอยไป

ในแอนิเมชันนั้นรูปลักษณ์ของคุเรไนเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เพราะเธอขาวขึ้นจากเดิมเล็กน้อย หลังจากที่เธอและอาสึม่าถูกได้รับการรักษาออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว นอกจากนี้ เรายังได้เห็นความสามารถของเธออีกครั้งในตอนสั้นๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับลูกศิษย์ที่ชื่อ ยาคุโมะ ผู้ซึ่งมีพลังปิศาจอยูในตัวแต่ได้ถูกโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ปิดผนึกพลังไว้ให้ อย่างไรก็ตามผนึกของยาคุโมะก็คลายออกปล่อยครั้ง ทำให้คุเรไนตัดสินใจพายาคุโมะไปทำพิธีปิดผนึกพลังเหมือนย่างที่คาคาชิทำให้ซาสึเกะที่ภูเขา และฝึกฝนยาคุโมะจนในที่สุดยาคุโมะเองก็สามารถควบคุมพลังนั้นและปกป้องตัวเองได้

      บทบาทของคุเรไนจบลงเพียงเท่านั้น และ มาปรากฏตัวอีกครั้งในภาคที่สองของเรื่องในฉบับคอมมิค ในฉากที่แสดงถึงลางบอกเหตุจากการต่อสู้ของอาสึมะกับฮิดัน ซึ่งเมื่อจบศึกของทีมอาสึมะ เมื่อชิกามารุมะส่งข่าวเรื่องการตายของอาสึมะ ก็ทำให้คุเรไนช็อคกับข่าวนั้นและร้องไห้เสียใจ ชิกามะรุได้ให้สัญญาไว้ว่าจะดูแลลูกของคุเรไนเอง ทำให้ทราบได้ว่าอาสึมะและคุเรไนได้แต่งงานและมีลูกด้วยกันในช่วงที่เวลาผ่านไป 3 ปี 2 เดือน ตามเนื้อเรื่อง

  ยูฮิ คุเรไนเป็นครูของทีม 8 ซึ่งประกอบไปด้วยอะบุราเมะ ชิโนะ, ฮิวงะ ฮินาตะ, อินุซึกะ คิบะ + อากามารุ คุเรไนพึ่งจะได้เป็นโจนินได้ไม่นานนัก ซึ่งเธอมักเป็นเป็นคนสอนเรื่องการต่อสู้ และการต่างตัวให้ฮินาตะเสมอ ต่างจากพ่อของฮินาตะที่ไม่ใส่ใจฮินาตะนัก และผลักไสฮินาตะให้ไปอยู่ภายใต้การดูแลของคุเรไนแทน ในภาคแรกๆของอะนิเมะคุเรไนใส่เสื้อผ้าสีแดงสดมาก ซึ่งพูดได้ว่าเป็นข้อผิดพลาดเลยก็ได้ เพราะต่อๆมา คุเรไนใส่เพียงเสื้อที่มีสีแดงเฉพาะส่วนแขน และผ้าพันแผลสีขาวแทน

ในแอนิเมชันนั้นรูปลักษณ์ของคุเรไนเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เพราะเธอขาวขึ้นจากเดิมเล็กน้อย หลังจากที่เธอและอาสึม่าถูกได้รับการรักษาออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว นอกจากนี้ เรายังได้เห็นความสามารถของเธออีกครั้งในตอนสั้นๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับลูกศิษย์ที่ชื่อ ยาคุโมะ ผู้ซึ่งมีพลังปิศาจอยูในตัวแต่ได้ถูกโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ปิดผนึกพลังไว้ให้ อย่างไรก็ตามผนึกของยาคุโมะก็คลายออกปล่อยครั้ง ทำให้คุเรไนตัดสินใจพายาคุโมะไปทำพิธีปิดผนึกพลังเหมือนย่างที่คาคาชิทำให้ซาสึเกะที่ภูเขา และฝึกฝนยาคุโมะจนในที่สุดยาคุโมะเองก็สามารถควบคุมพลังนั้นและปกป้องตัวเองได้

ปรากฏตัวอีกครั้งในภาคที่สองของเรื่องในฉบับคอมมิค ในฉากที่แสดงถึงลางบอกเหตุจากการต่อสู้ของอาสึมะกับฮิดัน ซึ่งเมื่อจบศึกของทีมอาสึมะ เมื่อชิกามารุมะส่งข่าวเรื่องการตายของอาสึมะ ก็ทำให้คุเรไนช็อคกับข่าวนั้นและร้องไห้เสียใจ ชิกามะรุได้ให้สัญญาไว้ว่าจะดูแลลูกของคุเรไนเอง ทำให้ทราบได้ว่าอาสึมะและคุเรไนได้แต่งงานและมีลูกด้วยกันในช่วงที่เวลาผ่านไป 3 ปี 2 เดือน ตามเนื้อเรื่อง

        รูปลักษณ์ของคุเรไนเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เพราะเธอขาวขึ้นจากเดิมเล็กน้อย หลังจากที่เธอและอาสึม่าถูกได้รับการรักษาออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว นอกจากนี้ เรายังได้เห็นความสามารถของเธออีกครั้งในตอนสั้นๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับลูกศิษย์ที่ชื่อ ยาคุโมะ ผู้ซึ่งมีพลังปิศาจอยูในตัวแต่ได้ถูกโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ปิดผนึกพลังไว้ให้

        ผนึกของยาคุโมะก็คลายออกปล่อยครั้ง ทำให้คุเรไนตัดสินใจพายาคุโมะไปทำพิธีปิดผนึกพลังเหมือนย่างที่คาคาชิทำให้ซาสึเกะที่ภูเขา และฝึกฝนยาคุโมะจนในที่สุดยาคุโมะเองก็สามารถควบคุมพลังนั้นและปกป้องตัวเองได้

        บทบาทของคุเรไนจบลงเพียงเท่านั้น และมาปรากฏตัวอีกครั้งในภาคที่สองของเรื่องในฉบับคอมมิค ในฉากที่แสดงถึงลางบอกเหตุจากการต่อสู้ของอาสึมะกับฮิดัน

ซึ่งเมื่อจบศึกของทีมอาสึมะ เมื่อชิกามารุมะส่งข่าวเรื่องการตายของอาสึมะ ก็ทำให้คุเรไนช็อคกับข่าวนั้นและร้องไห้เสียใจ ชิกามะรุได้ให้สัญญาไว้ว่าจะดูแลลูกของคุเรไนเอง ทำให้ทราบได้ว่าอาสึมะและคุเรไนได้แต่งงานและมีลูกด้วยกันในช่วงที่เวลาผ่านไป 3 ปี 2 เดือน ตามเนื้อเรื่อง

จิโดยให้ต้นไม้ลัดอิทาจิไว้แล้วตัวเองลอบฆ่าจากด้านหลังซึ่งกลับกลายเป็นคุเรไนเองที่โดนเนตรวงแหวนของอิทาจิ ทำให้ผลลัพธ์ของคาถาย้อนกลับ เธอเองเป็นฝ่ายที่โดนจับโดยคาถาลวงตาของตนเอง อยากไรก็ตาม เธอสามารถที่จะคลายคาถาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะโดนอิทาจิซัดจุดตาย แต่ก็ไม่วายโดนเขาเตะจนกระเด็นออกมาจนได้

อย่างไรก็ดี ก่อนที่ทั้งสองจะเพลี่ยงพล้ำไปมากกว่านั้น คาคาชิก็เข้ามาช่วยทั้งคู่ และยังได้ไกมาช่วยบอกวิธีการรับ

         ทำให้ผลลัพธ์ของคาถาย้อน กลับ เธอเองเป็นฝ่ายที่โดนจับโดยคาถาลวงตาของตนเอง อยากไรก็ตาม เธอสามารถที่จะคลายคาถาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะโดนอิทาจิซัดจุดตาย แต่ก็ไม่วายโดนเขาเตะจนกระเด็นออกมาจนได้ อย่างไรก็ดี ก่อนที่ทั้งสองจะเพลี่ยงพล้ำไปมากกว่านั้น คาคาชิก็เข้ามาช่วยทั้งคู่ และยังได้ไกมาช่วยบอกวิธีการรับมือกับอิทาจิอีก สุดท้ายเรื่องก็จบลงด้วยการที่คาคาชิโดยเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุพผาเข้าไปจนหมดสติ และอิทาจิกับคิซาเมะก็ล่าถอยไป

คาคาชิได้เจอคุเรไนและอาสึมะกำลังอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่จึงถูกแซวถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกัน คุเรไนเขินและบอกกับคาคาชิว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนกันและเธอเพียงมาซื้อขนมให้อังโกะเท่านั้น อย่างไรก็ดี คาคาชิที่สังเกตเห็นความผิดปกติของชายแปลกหน้าสองคนในร้านน้ำชา ได้ขอให้เธอและอาสึมะช่วยไปดูลาดเลาให้ คุเรไนก็รับปาก

  คาถาลวงตา กับ อิทาจิโดยให้ต้นไม้ลัดอิทาจิไว้แล้วตัวเองลอบฆ่าจากด้านหลังซึ่งกลับกลายเป็นคุเรไนเองที่โดนเนตรวงแหวนของอิทาจิ ทำให้ผลลัพธ์ของคาถาย้อนกลับ เธอเองเป็นฝ่ายที่โดนจับโดยคาถาลวงตาของตนเอง อยากไรก็ตาม เธอสามารถที่จะคลายคาถาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะโดนอิทาจิซัดจุดตาย แต่ก็ไม่วายโดนเขาเตะจนกระเด็นออกมาจนได้

อย่างไรก็ดี ก่อนที่ทั้งสองจะเพลี่ยงพล้ำไปมากกว่านั้น คาคาชิก็เข้ามาช่วยทั้งคู่ และ ยังได้ไกมาช่วยบอกวิธีการรับมือกับอิทาจิอีก สุดท้ายเรื่องก็จบลงด้วยการที่คาคาชิโดยเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุพผาเข้าไปจนหมด

เธอเองเป็นฝ่ายที่โดนจับโดยคาถาลวงตาของตนเอง อยากไรก็ตาม เธอสามารถที่จะคลายคาถาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะ โดนอิทาจิซัดจุดตาย แต่ก็ไม่วาย โดนเขาเตะจนกระเด็นออกมาจนได้ อย่างไรก็ดี ก่อนที่ทั้งสองจะเพลี่ยงพล้ำไปมากกว่านั้น คาคาชิก็เข้ามาช่วยทั้งคู่ และยังได้ไกมาช่วยบอกวิธีการรับมือกับอิทาจิอีก สุดท้ายเรื่องก็จบลงด้วยการที่คาคาชิโดยเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุพผาเข้าไปจนหมดสติ และอิทาจิกับคิซาเมะก็ล่าถอยไป  ก่อนที่จะโดนอิทาจิซัดจุดตาย แต่ก็ไม่วายโดนเขาเตะจนกระเด็นออกมาจนได้ อย่างไรก็ดี ก่อนที่ทั้งสองจะเพลี่ยงพล้ำไปมากกว่านั้น คาคาชิก็เข้ามาช่วยทั้งคู่ และยังได้ไกมาช่วยบอกวิธีการรับมือกับอิทาจิอีก สุดท้ายเรื่องก็จบลงด้วยการที่คาคาชิโดยเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุพผาเข้าไปจนหมดสติ และอิทาจิกับคิซาเมะก็ล่าถอยไป

ในแอนิเมชันนั้นรูปลักษณ์ของคุเรไนเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เพราะเธอขาวขึ้นจากเดิมเล็กน้อย หลังจากที่เธอและอาสึม่าถูกได้รับการรักษาออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว นอกจากนี้ เรายังได้เห็นความสามารถของเธออีกครั้งในตอนสั้นๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับลูกศิษย์ที่ชื่อ ยาคุโมะ ผู้ซึ่งมีพลังปิศาจอยูในตัวแต่ได้ถูกโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ปิดผนึกพลังไว้ให้ อย่างไรก็ตามผนึกของยาคุโมะก็คลายออกปล่อยครั้ง ทำให้คุเรไนตัดสินใจพายาคุโมะไปทำพิธีปิดผนึกพลังเหมือนย่างที่คาคาชิทำให้ซาสึเกะที่ภูเขา และฝึกฝนยาคุโมะจนในที่สุดยาคุโมะเองก็สามารถควบคุมพลังนั้นและปกป้องตัวเอง

ไอที่ยกมา2คนนั้นระดับคาเงะครับ คุเรไนนี้เทียบไม่ได้อยู่แล้ว และไม่ได้ใกล้เคียงเลย ด้วย อย่างมิซึคาเงะ5นี้โคตรเก่งใช้คาถาน้ำมังกรวารีที่ไอซาบุสะต้องประสานอินเกือบ48ครั้งเพื่อใช้ แต่มิซุคาเงะใช้ออกมาเป็นว่าเล่นได้ ประสานอินเพียงแค่ไม่กี่ครั้งด้วยมิซึคาเงะนี้ใช้คาถาน้ำได้เก่งถึงขนาดต้านคาถาไฟมาดาระที่ต้องใช้นินจาธาตุน้ำ10คนมาต้านมิซึคาเงะยืนแลกสบายเลย(แต่ไม่ได้บอกว่าสู้มาดาระได้นะ แค่ต้านคาถาไฟของมาดาระในเรื่องนี้ไม่มีใครใช้คาถาไฟได้โหดเท่ามาดาระแล้วปล่อยแต่ละที แทบจะเผาแคว้นทั้งแคว้นนึงได้สบาย สเกลคาถาไฟโหดมาก)

ผมให้มิซึคาเงะนี้ติดtop1ผู้ใช้คาถาน้ำร่วมกับคิซาเมะเลย2คนนี้ใช้คาถาน้ำได้เก่งที่สุดในเรื่องแถมมิซึคาเงะเป็นขีดจำกัดสายเลือดพิเศษ ธาตุลาวาและก็กรดด้วย ดีกรีสูงมาก คุเรไนเทียบไม่ได้แน่นอนครับ

ส่วนรุ่น5หรือซึนาเดะ เทียบแบบรวมๆ ความสามารถคุเรไนไม่ได้ด้อยกว่าซึนาเดะมาก แต่ซึนาเดะแกเก่งเรื่องวิชารักษา แถมถึกวัวตายความล้ม ถ้าวัดรวมๆพอเปรียบกันได้นิดนึง พื้นฐานไม่ต่างกันมาก
ถ้าวัดเฉพาะทาง ซึนาเดะเหนือกว่าโขด้านพลังกาย ด้านการฟื้นฟูจริงๆมันก็เทียบไม่ได้หรอก

 

อะบุราเมะ ชิโนะ

อะบุราเมะ ชิโนะ

อะบุราเมะ ชิโนะ

 

        อะบุราเมะ ชิโนะ มักใส่ชุดคลุมและแว่นตาสีดำ(ที่ไม่เคยถอด)ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ปรากฏว่าเคยยิ้มหรือหัวเราะ ยกเว้นในตอนพิเศษที่ไปทำภารกิจกับนารูโตะ 2 คนที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง

        ชิโนะได้ลองกินอาหาร เพื่อให้แมลงในตัวพิสูจน์ยาพิษ(หรือตามเนื้อเรื่องคือ ยาทำให้หัวเราะ)หรือไม่ แต่แล้วก็พลาดท่าที่เมื่อได้กินลงไปแล้วยาก็ออกฤทธิ์ ทำให้ชิโนะหัวเราะจนผิดแปลกไปจากชิโนะคนเดิม ขนาดนารูโตะเองยังสังเกตได้

ชิโนะ มีส่วนอยู่ด้วยในสถานที่ ที่ในใช้การสอบไล่จูนินในโคโนฮะแต่หมู่บ้าน ไม่พิจารณายศนินจา จูนินกับเขา ในเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชิโนะได้ไล่ตามไปปะทะ กับ คันคุโร่ และได้รับชัยชนะมา แต่ชิโน ก็บาดเจ็บมาก แต่ก็รอดมาได้เพราะมีพ่อมาช่วย

         ในอะนิเมะ ตำนานวายุสลาตัน ช่วงแรกๆหลังจากที่นารูโตะไปฝึกวิชากับจิไรยะ 1 ใน 3 นินจาในตำนานแล้วกลับมาถึงหมู่บ้าน ก็ได้พบกับนารูโตะพร้อมๆกับเพื่อนร่วมทีมของชิโนะเอง

ซึ่งก็คือ ฮินาตะกับคิบะ(และอากามารุ) ในครั้งนั้น นารูโตะจำทั้งคิบะกับฮินาตะได้ แต่เกือบจำชิโนะไม่ได้ ทำให้ชิโนะงอนนารูโตะมาก และไม่ได้งอนแค่ตอนเดียวเท่านั้น ยังงอนยาวไปถึงอีกหลายตอนด้วยกัน

     งานอดิเรก สะสมแมลง

     อาหารที่ชอบ สลัดผัก กับ ฟักเขียว

     อาหารที่ไม่ชอบ อาหารที่มีกลิ่นแรงๆ

        อะบุราเมะ ชิโนะ มีอาจารย์ผู้สอน คือ ยูฮิ คุเรไน มีประโยคที่กินใจ คือ “แม้ว่าคู่ต่อสู้ของเราจะตัวเล็ก แต่ไม่ควรประเมินค่ามันต่ำเกินไป”

        อะบุราเมะ ชิโนะ จากหมู่บ้านของโคโนฮะ ชิโนะ เป็นคนของตระกูล อะบุระเมะ ลูกชายคนเดียวของ อะบุระเมะ ชิบิ ความสามารถหลักคือการควบคุมแมลง แมลงเหล่านี้ถูกนำเข้าไปเลี้ยงในร่างกายของคนในตระกูล อะบุระเมะ

โดยแมลงที่พวกเขาเลี้ยงใว้จะกินจักระของเจ้าของเป็นอาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนกับการบังคับแมลงเพื่อใช้ในการต่อสู้ตามที่ต้องการ

     

 

         ชิโนะ มีส่วนอยู่ด้วยในสถานที่ ที่ในใช้การสอบไล่จูนินในโคโนฮะแต่หมู่บ้าน ไม่พิจารณายศนินจา จูนินกับเขา ในเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชิโนะได้ไล่ตามไปปะทะ กับ คันคุโร่ และได้รับชัยชนะมา แต่ชิโน ก็บาดเจ็บมาก แต่ก็รอดมาได้เพราะมีพ่อมาช่วย

        เขาได้แสดงฝีมืออีกครั้ง เมื่อ ได้รวมทีมกับนารูโตะ ตามหา ซาสึเกะ โดยเขาได้พบกับ โทบิ ซึ่งเขาได้แสดงวิชาแมลงที่ร้ายกาจมากออกมา นับว่าเป็น นินจาที่มีฝีมือสูงคนนึง

 อะบุราเมะ ชิโนะมีอาจารย์ผู้สอน คือ ยูฮิ คุเรไน มีประโยคที่กินใจ คือ “แม้ว่าคู่ต่อสู้ของเราจะตัวเล็ก แต่ไม่ควรประเมินค่ามันต่ำเกินไป”

อะบุราเมะ ชิโนะ จากหมู่บ้านของโคโนฮะ ชิโนะ เป็นคนของตระกูล อะบุระเมะ ลูกชายคนเดียวของ อะบุระเมะ ชิบิ ความสามารถ หลัก คือ การควบคุมแมลง แมลงเหล่านี้ถูก นำเข้าไปเลี้ยงในร่างกายของคน ในตระกูล อะบุระเมะ โดยแมลงที่พวกเขาเลี้ยงใว้จะกินจักระของเจ้าของเป็นอาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนกับการบังคับแมลงเพื่อใช้ในการต่อสู้ตามที่ต้องการ

ชิโนะ มีส่วนอยู่ด้วยในสถานที่ ที่ในใช้ การสอบไล่จูนินในโคโนฮะแต่หมู่บ้าน ไม่ พิจารณายศนินจา จูนินกับเขา ในเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ชิโนะได้ไล่ตามไปปะทะ กับ คันคุโร่ และได้รับชัยชนะมา แต่ชิโน ก็บาดเจ็บมาก แต่ก็รอดมาได้เพราะมีพ่อมาช่วย

       เขาได้แสดงฝีมืออีกครั้ง เมื่อ ได้รวมทีมกับนารูโตะ ตามหา ซาสึเกะ โดยเขาได้พบกับ โทบิ ซึ่งเขาได้แสดงวิชาแมลงที่ร้ายกาจมากออกมา นับว่าเป็น นินจาที่มีฝีมือสูงคนนึง

อน คือ ยูฮิ คุเรไน มีประโยคที่กินใจ คืออะบุราเมะ ชิโนะ จากหมู่บ้านของโคโนฮะ ชิโนะ เป็นคนของตระกูล อะบุระเมะ ความสามารถหลักคือการควบคุมแมลง แมลงเหล่านี้ถูกนำเข้าไปเลี้ยงในร่างกายของคนในตระกูล อะบุระเมะ โดยแมลงที่พวกเขาเลี้ยงใว้จะกินจักระของเจ้าของเป็นอาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนกับการบังคับแมลงเพื่อใช้ในการต่อสู้ตามที่ต้องการ

      ชิโนะ มีส่วนอยู่ด้วยในสถานที่ ที่ในใช้การสอบไล่จูนินในโคโนฮะแต่หมู่บ้าน ไม่พิจารณายศนินจา จูนินกับเขา ในเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชิโนะได้ไล่ตามไปปะทะ กับ คันคุโร่ และได้รับชัยชนะมา แต่ชิโน ก็บาดเจ็บมาก แต่ก็รอดมาได้เพราะมีพ่อมาช่วย

       เขาได้แสดงฝีมืออีกครั้ง เมื่อ ได้รวมทีมกับนารูโตะ ตามหา ซาสึเกะ โดยเขาได้พบกับ โทบิ ซึ่งเขาได้แสดงวิชาแมลงที่ร้ายกาจมากออกมา นับว่าเป็น นินจาที่มีฝีมือสูงคนนึง

  อะบุราเมะ ชิโนะ มักใส่ชุดคลุมและแว่นตาสีดำ(ที่ไม่เคยถอด)ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ปรากฏว่าเคยยิ้มหรือหัวเราะ ยกเว้นในตอนพิเศษที่ไปทำภารกิจกับนารูโตะ 2 คนที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง

        ชิโนะได้ลองกินอาหาร เพื่อให้แมลงในตัวพิสูจน์ยาพิษ(หรือตามเนื้อเรื่องคือ ยาทำให้หัวเราะ)หรือไม่ แต่แล้วก็พลาดท่าที่เมื่อได้กินลงไปแล้วยาก็ออกฤทธิ์ ทำให้ชิโนะหัวเราะจนผิดแปลกไปจากชิโนะคนเดิม ขนาดนารูโตะเองยังสังเกตได้

        อะบุราเมะ ชิโนะ จากหมู่บ้านของโคโนฮะ ชิโนะ เป็นคนของตระกูล อะบุระเมะ ลูกชายคนเดียวของ อะบุระเมะ ชิบิ ความสามารถหลักคือการควบคุมแมลง แมลงเหล่านี้ถูกนำเข้าไปเลี้ยงในร่างกายของคนในตระกูล อะบุระเมะ

อน คือ ยูฮิ คุเรไน มีประโยคที่กินใจ คืออะบุราเมะ ชิโนะ จากหมู่บ้านของโคโนฮะ ชิโนะ เป็นคนของตระกูล อะบุระเมะ ความสามารถหลักคือการควบคุมแมลง แมลงเหล่านี้ถูกนำเข้าไปเลี้ยงในร่างกายของคนในตระกูล อะบุระเมะ โดยแมลงที่พวกเขาเลี้ยงใว้จะกินจักระของเจ้าของเป็นอาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนกับการบังคับแมลงเพื่อใช้ในการต่อสู้ตามที่ต้องการ

ชิโนะ มีส่วนอยู่ด้วยในสถานที่ ที่ในใช้การสอบไล่จูนินในโคโนฮะแต่หมู่บ้าน ไม่พิจารณายศนินจา จูนินกับเขา ในเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชิโนะได้ไล่ตามไปปะทะ กับ คันคุโร่ และได้รับชัยชนะมา แต่ชิโน ก็บาดเจ็บมาก แต่ก็รอดมาได้เพราะมีพ่อมาช่วย

เขาได้แสดงฝีมืออีกครั้ง เมื่อ ได้รวมทีมกับนารูโตะ ตามหา ซาสึเกะ โดยเขาได้พบกับ โทบิ ซึ่งเขาได้แสดงวิชาแมลงที่ร้ายกาจมากออกมา นับว่าเป็น นินจาที่มีฝีมือสูงคนนึง

 

คาถา

คาถาแมลง

คาถาแมลง เรียกแมลง

คาถาแมลง บอลแมลง

คาถาแมลง ดักแด้แมลง

คาถาแมลง โล่แมลง

คาถาแมลง กำแพงแมลง

อะบุราเมะ ชิโนะมีอาจารย์ผู้สอน

คือ ยูฮิ คุเรไน มีประโยคที่กินใจ

คือ “แม้ว่าคู่ต่อสู้ของเราจะตัว

เล็ก แต่ไม่ควรประเมินค่ามันต่ำ

เกินไป”

อะบุราเมะ ชิโนะ จากหมู่บ้าน

ของโคโนฮะ ชิโนะ เป็นคนของ

ตระกูล อะบุระเมะ ความสามารถ

หลักคือการควบคุมแมลง แมลงเหล่านี้ถูกนำเข้าไปเลี้ยงในร่างกายของคนในตระกูล

อะบุระเมะ โดยแมลงที่พวกเขาเลี้ยงใว้จะกินจักระของเจ้าของเป็นอาหาร เพื่อแลก

เปลี่ยนกับการบังคับแมลงเพื่อใช้ในการต่อสู้ตามที่ต้องการ

ชิโนะ มีส่วนอยู่ด้วยในสถานที่ ที่ในใช้การสอบไล่จูนินในโคโนฮะแต่หมู่บ้าน ไม่

พิจารณายศนินจา จูนินกับเขา ในเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชิโนะได้ไล่ตามไปปะทะ

กับ คันคุโร่

อินุซึกะ คิบะ

อินุซึกะ คิบะ

อินุซึกะ คิบะ

        อินุซึกะ คิบะ และคู่หูอากามารุ นินจาจากหมู่บ้านโคโนฮะ เข้าสอบจูนินพร้อมเพื่อนทีม 8 อะบุราเมะ ชิโนะ และ ฮิวงะ ฮินาตะ

ในการสอบรอบคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายได้ต่อสู้กับอุซึมากิ นารูโตะ และได้พ่ายแพ้ต่อแผนของนารูโตะ

        ในช่วงที่ตามตัวซาสึเกะกลับหมู่บ้าน คิบะได้ร่วมกับกลุ่ม โดยในระหว่างการเดินทางได้ต่อสู้กับ ซาคอน และ ยูคอน นินจารับใช้ของโอโรจิมารุ และระหว่างที่ต่อสู้ได้คันคุโร่มาช่วย แต่ก็ได้รับบาดเจ็บกลับมา รวมทั้งอากามารุ

        ในช่วงหลัง คิบะเริ่มมีบทบาทมากซึ่งหลังจากชิโนะไม่อยู่ มักได้ทำภารกิจกับฮิวงะ ฮินาตะและอุซึมากิ นารุโตะแต่ค่อนข้างหวังผลเรื่องทำภารกิจไม่ค่อยได้ ในตอนภารกิจตามล่าหาขุมทรัพย์กับคิบะและฮินาตะ

        คิบะได้มีความสามารถในการเดินป่า แม้แต่นารุโตะกับฮินาตะที่คิดว่ามาทางที่เร็วทีสุดที่ต่างจากคิบะต้องอ้อมไปอีกไกลกับมาถึงได้เร็ว (ขนาดว่างพอทำกับข้าว) และรับรู้จุดอ่อนของแต่ละคนในทีมทีเข้าอยู่ก็ คือ คิบะกับนารูโตะมักชอบเถียงกัน ฮินาตะก็ห่วงมากจนลืมตัวเอง

        ในภาค 2 คิบะได้กลับมาเจออุซึมากิ นารุโตะและทีม8ถึงแม้จะดูเท่แต่นิสัยยังคงเหมือนเดิม

        คิบะ ต่อสู้รวมกับอากามารุเป็นนินจาใช้จักระระดับสูงด้วยท่าเขี้ยวประสานเขี้ยว สามารถเจาะหรือโจมตีศัตรูได้ คิบะนั้นมีจมูกที่ดีเลยสามารถตามศัตรูที่อยู่ไกลได้หรือพบสิ่งน่าสงสัยได้ ปัจจุบันได้พบรักกับทามากิ

ฮิวงะ ฮินาตะ

ฮิวงะ ฮินาตะ

ฮิวงะ ฮินาตะ

        ฮิวงะ ฮินาตะ คุโนะอิจิจาก หมู่บ้านโคโนฮะ ทายาทหญิงแห่งตระกูลหลักของกลุ่มฮิวงะ เมื่อฮินาตะอายุได้ 3 ปี วันเดียวกับที่ ฮิวงะ เนจิลูกพี่ลูกน้องจากตระกูลสาขา อายุ 4 ปี เนจิ ได้ถูกประทับอักขระ “ปักษาในกรง”

         เพื่อเป็นสัญลักษณ์ ว่าจะปกป้องตระกูลหลัก โดยเมื่อใดก็ตามที่ทรยศ สัญลักษณ์ปักษาในกรงจะส่งผลให้ผู้ใช้บาดเจ็บและล้มตาย ปักษาในกรงยังเป็นวิธีป้องกันความลับของเนตรสีขาว

        อักขระจะถูกกระตุ้นให้ทำลายความสามารถเนตรสีขาวในตัวบุคคลนั้น จุดนี่เองที่ทำให้เนจิ เกลียดฮินาตะ เพราะพ่อของเนจิได้ยอมเสียชีวิตเพื่อปกป้องตระกูลฮิวงะ ฮินาตะสูง 164 ซ.ม. หนัก 47 ก.ก.

        ฮิวงะ ฮินาตะ  ฉายา เจ้าหญิงแห่งเนตรสีขาว มีเนตรสีขาวและมวยอ่อนเป็นทายาทของตระกูลฮิวงะตระกูลหลัก เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักสุดและนิสัยดีที่สุดในเรื่อง เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างขี้อาย

แอบชอบและชื่นชมในความเป็นนินจาของ นารูโตะมาก เวลาเจอหน้านารูโตะเมื่อไร เธอจะเงียบและหน้าแดง จนบางครั้งเป็นลมทันที มีบทบาทมากขึ้นในภาคตำนานวายุสลาตัน ทั้งตอนตามหาซาสึเกะ เพนบุกหมู่บ้าน และสงครามนินจา

        ฮินาตะ มีมวยอ่อนสามารถโจมตีศัตรูได้รอบทิสทางและโจมตีเส้นจักระและอวัยวะข้างในได้ มีเนตรสีขาวทำให้มองเห็นกับดักและมองในระยะไกล และสามารถมองรอบตัวได้ถึง340องศาอีกด้วย

        ตอนจบ เธอกับนารูโตะได้ตกลงปลงใจแต่งงานกันและมีลูก 2 คน ลูกชายคนโต ชื่อโบรูโตะ และลูกสาวคนน้อง ชื่อ ฮิมาวาริ

จิไรยะ

จิไรยะ

จิไรยะ

        จิไรยะ ศิษย์ของ โฮคาเงะรุ่นที่ 3 (ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น) พร้อมกับ โอโรจิมารุ และ ซึนาเดะ ที่รู้จักในชื่อ สามนินจาในตำนาน

         ในวัยเด็ก ใช้คาถาอัญเชิญที่โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ทำให้ดูซี้ซั้วโดยที่ยังไม่ได้ทำสัญญาสัตว์อัญเชิญ จนถูกย้ายไปมิติไปติดอยู่ที่ภูเขาเมียวโบคุ จึงไปฝึกวิชาเซียนกบกับทำสัญญากับกบแบบไปกลับเรื่อยมา

        จึงได้รับคำทำนายว่า ศิษย์ของตนจะเปลี่ยนแปลงโลกนินจา ตนจึงเริ่มออกพเนจรเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ในชีวิตของเขา ได้แต่งหนังสืออ่าจึ๋ยๆ ไปด้วย

        ในสงครามโลกนินจาครั้งที่ 2 ในช่วงปลายสงคราม คือครูชั่วคราวของผู้ก่อตั้งแสงอุษาได้แก่ นางาโตะ (เพน)โคนัน และ ยาฮิโกะ (เพน วิถีสววรรค์)แห่งหมู่บ้านอาเมะงาคุเระ 3 ปี ก่อนจะกลับหมู่บ้านโคโนฮะ ได้เขียนหนังสือเขีนกับวิถีนินจาตามคำนายของเซียนกบ กับเขียนท้ายเล่มว่า ได้ไอเดียชีวิตมาจากนางาโตะอีกที กับฝากฝังต้นฉบับให้กับนางาโตะ เล่มนึง

        ต่อมาคือครูนำทีม โฮคาเงะรุ่นที่ 4 (นามิคาเสะ มินาโตะ)กับลูกศิษย์ที่ไม่ปรากฏนามอีก 2 คน หลังจบสงครามโลกนินจาครั้งที่ 3(กำเนิดคาคาชิเนตรวงแหวนวีระบุรุษที่สะพานคันนาบิ) ทางตนพอกลับโคโนะไปเยี่ยมมินาโตะ ถูกชมเรื่องหนังสือ จึงขอมาตั้งชื่อลูก ตนจึงยอม กับบอกลา ช่วงมีการเลือกโฮคาเงะรุ่นที่ 4 ตนถูกเลือกให้เ็นก็ออกพเนจรไปก่อน

        พอมินาโตะตาย ได้รับกุญแจปลดผนึก 8 วิถีมาจึงเก็บไว้กับตัวตลอดมา พอโอโรจิมารุ หมดผิดกลายเป็นินจาถอนตัว ตนก็คิดที่จะเตือนให้กลับตัวกลับหมู่บ้านแต่ล้มเหลว โดยหวังว่าซักวัโอโรจิมารุจะกลับมา

        พอกลับมาโคโนฮะ พบนารูโตะ(อายุ12ปี)ขณะฝึกวิชาเพื่อสอบจูนินรอบสุดท้าย จึง่วยฝึกรีดเร้นจักระ โดยตนแต่งหนังสือ สวรรค์รำไร หรือ อะจึ๋ยสวรรค์รำไร กับถูกตั้งฉายาว่า “เซียนลามก” จากนารูโตะ พอนารูโตะฝึกคาถาอัญเชิญสำเร็จก็จากไป พอหลังจบงานศพโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ตนกลับมากับปฏิเสธการเป็นโฮคาเงะ จึงพานารูโตะออกตามหาซึนาเดะ โดยฝึกนารูโตะให้ใช้กระสุนวงจักร กับถูกแสงอุษาไล่ล่าทีนึง

         พอหลังจากที่นารูโตะ ร่วมทำภารกิจพาซาสึเกะกลับหมู่บ้านล้มเหลว ตนพารูโตะออกพเนจรไปฝึกอีกครั้งตลอด 3 ปี มีช่วงนึงฝึกนารูโตะควบคุมคุรามะ(9หาง) แต่ล้มเหลว เพราะนารูโตะคลั่งตอนมี 4 หาง ตนเกือบตายในชีวิต รอบที่ 2 คือแผลเป็นหลุมที่อก(รอบแรกเกิดจากไปแอบดูผู้หญิงอาบน้ำแล้วโดนซึนาเดะทำร้ายจนการไปช่วงนึง)

         จิไรยะมีงานอดิเรกคือแอบดูผู้หญิงอาบน้ำเป็นประจำ แม้แต่ในขณะที่นารูโตะกำลังลำบาก (สำหรับเป็นข้อมูลในหนังสือสวรรค์รำไร)

         หลังจากทีม”งู”ของซาสึเกะ และทีมโคโนะฮะได้ออกเคลื่อนไหวเพื่อหาตัวอุจิวะ อิทาจิ ได้ลักลอบเข้าหมู่บ้านอาเมะงาคุเระได้สำเร็จ เขาได้ต่อสู้กับเพน หรือ นางาโตะ ซึ่งมีถึง 6 ร่าง โดยครั้งนี้เขาได้เผยร่างเซียนออกมาสู้กับเพน และในขณะที่ได้รู้ถึงร่างจริงของเพน เขาก็ได้โดนเพนโจมตีที่ลำคอทำให้เป็นใบ้ กับถูกฆ่าตาย ศพจมลงทะเล แต่ได้ทิ้งข้อความก่อนตายเกี่ยวกับตัวจริงของเพนไว้ที่หลังของผู้เฒ่ากบ กับฝากกุญแจผนึก 8 วิถีให้ฝากให้นารูโตะอีกที

อุจิวะ ชิน

อุจิวะ ชิน

อุจิวะ ชิน

        อุจิวะ ชิน มีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาทีควบอาวุธไปโจมตีได้ อยู่ในนารูโตะรุ่นโบรูโตะ เป็นโคลลิ่งอุจิวะที่โอโรจิมารุสร้างขึ้นมาจากการเซลล์ของอุจิวะ กับเซลล์ของเซนจู ฮาชิรามะผสมผสานกัน

         โดยร่างกายไม่เกิดการต่อต้าน กับส่วนหัวกับแขนทั้ง 2 ข้างมีเนตรวงแหวนจำนวนมาก โดยแขนขวาถูกโอโรจิมารุตัดแล้วเอาไปฝังใส่ดันโซ ส่วนชินร่างหลักที่ไร้แขนขวาเทิดทูนอิทาจิมาก

ถูกปลูกถ่ายเซลล์ที่มีขีดจำกัดสายเลือดที่เป็นคาถาแม่เหล็ก ควบคุมโลหะมาทำเป็นแขนเทียมกับหนีออกมาจากหลอดทดลอง พอแสงอุษาถูกทำลายไป ชินก็ลุ่มหลงในตัวอิทาจิ หวังสร้างแสงอุษาขึ้นมาใหม่

         โดยสร้างโคลนนิ่งตัวเองขึ้นมา อีกนับไม่ถ้วนเป็นกองทัพ แต่ก็เป็นเด็กซึ่งเป็นลูกของตน กับตั้งชื่อว่าชิน กับสร้างอุปกรณ์ที่มีฝังเนตรวงแหวน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมมิติเวลาเหมือนคามุย

        ตอนเริ่มแผนการสร้างแสงอุษาใหม่แพ้นารูโตะกับซาสึเกะอย่างง่ายดายจนเจ็บหนัก ชินจึงลักพาตัวซากุระให้มารักษาตน แต่พอทั้งคู่ตามหาที่ฐาละบของชิน ชินถูกโคลนนิ่งของตนฆ่าตาย

ส่วนกองทัพโคลนนิ่งชินที่เหลืออยู่นั้นถูกนารูโตะส่งไปสถานรบเลี้ยงเด็กกำพร้าที่แถบชายแดนโคโนฮะ เพื่อให้มีชีวิตเหมือนคนปกติ โดยคาบูโตะที่เป็นผู้นำสถานที่รับผิดชอบเลี้ยงดูกับตั้งชื่อใหม่ให้ทุกคน

โอซึซึกิ คางูยะ

โอซึซึกิ คางูยะ

โอซึซึกิ คางูยะ

        โอซึซึกิ คางูยะ (Ootsutsuki Kaguya) ตระกูล โอซึซึกิ โอซึซึกิคือตระกูลสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากต่างดวงดาว และอาจต่างมิติ

        เหล่าโอซึซึกินั้น จะกลืนกินจักระเป็นอาหารเพื่อคงอยู่และเพิ่มพลัง โดยคางูยะก็เป็น1ในตระกูลโอซึซึกิ ในวันหนึ่งคางูยะได้ตามต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์มายังโลก เพื่อดูดกลืนจักระของดาวโลก แต่ทว่าเธอได้ตกหลุมรักกับ เท็นจิ ที่เป็นเจ้าชายในแคว้นๆหนึ่งในยุคนั้น

แต่ด้วยภัยสงครามของแคว้นต่างๆทำให้คางูยะได้เห็นความโหดร้ายของมนุษย์จนทำให้คางูยะโกรธและใช้คาถา อ่านจันทร์นิรันต์ สาปมนุษย์ให้ตกอยู่ในความฝันไปตลอดกาล ผ่านมาคางูยะได้ให้กำเนิดลูก2คน มีชื่อว่า “โอซึกิ ฮาโกโรโมะ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เซียนหกวิถี” หรือ “เซียนเต๋า” อีกคนชื่อ โฮมูโระ เค้าทั้ง2ได้เห็นความโหดร้ายของผู้เป็นแม่คือคางูยะ ที่ใช้มนุษย์เป็นเครื่องสังเวยให้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์

         และกำลังทำให้ดาวโลกตายอย่างช้าๆ เพื่อหยุดคางูยะ ฮาโกโรโมะ กับ โฮมูโระได้ทำสงครามกัน

        คางูยะได้ปลุก 10 หางขึ้นมาเพื่อสู้แต่แล้วคางูยะก็โดนปิดผนึก คางูยะในขณะโดนปิดผนึกได้กำเนิด บุตรคนที่3 คือเซ็ทสึสีดำ เพื่อหวังจะให้หาวิธีชุบคางูยะกลับมาอีกครั้ง เวลาได้ผ่านมานานเซ็ทสึได้หลอกใช้มาดาระให้ได้เป็นร่างเซียน6วิถี

จนเป็นความใกล้เคียงกับความเป็นเซียนมากที่สุดและได้ทำการชุบคางูยะออกมาได้สำเร็จในร่างมาดาระ จากนั้นคางูระได้เข้าต่อสู้กับ นารุโตะและซาสึเกะ แต่ก็ได้โดนปิดผนึกอีกครั้ง

อุจิวะ มาดาระ

อุจิวะ มาดาระ

อุจิวะ มาดาระ

        อุจิวะ มาดาระ การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ บรรพบุรุษแห่งตระกูลอุจิวะ คือลูกชายของผู้นำตระกูลคนก่อน โดยมีพี่น้องอีก 4 คน แต่ตายหมดเหลือแค่ตนกับอิซุนะ ในสมัยเด็กคือนินจามีฝีมือ ขนาดผู้ใหญ่ยังเกรงกลัว ตอนเด็กสนิทกับฮาชิรามะ(โฮคาเงะ รุ่นที่ 1 ในภายหลัง)

        พอทั้งคู่รู้ว่าคือนินจากับมาจากตระกูลคู่ปรับ ตนก็เลิกสนิท สู้กันในสงคราม จนได้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อมา แม้ถูกฮาชิรามะช่วยมาเป็นพันธมิตรเพื่อยุติสงคราม ตนก็ไม่สนตลอด แต่พอตนกับน้องชายเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุษาได้ น้องก็ถูกโทบิรามะ(โฮคาเงะ รุ่นที่ 2 ในภายหลัง)ฆ่าตาย ตนเสียใจจึงเปลี่ยนตาของตัวเองกับน้องชายจนเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์สำเร็จ

        แต่สู้แพ้ฮาชิรามะในสงครามอีกครั้ง ตนไม่คิดยอมเป็นพันธมิตร จนกว่าฮาชิรามะฆ่าตัวตายหรือฆ่าน้องชาย เพื่อให้รู้สึกเหมือนตน แต่ฮาชิรามะเลือกฆ่าตัวตายเพื่อสันติของ 2 ตระกูล ตนจึงห้ามฮาชิรามะกับยอมเป็นพันธมิตร สร้างหมู่บ้านโคโนฮะด้วยกันนับแต่นั้น

        ปัจจุบัน ศพตนถูกคาบูโตะค้นพบใช้สัมภเวสีคืนชีพ ถูกคาบูโตะดัดแปลงร่างอีกทีจนกลายเป็นหนุ่ม ใช้เนตรสังสาระกับคาถาไม้สู้กับ 5 คาเงะ ถึงกับสร้างร่างแยกให้ 5 คาเงะสู้ คนละ 5 ตัวที่ใช้ซูซาโนโอ แต่พอตนเบื่อกับถูกไล่ต้อน จึงใช้ซูซาโนโอแบบเทนงูปดฉาย

        แต่คาบูโตะคลายคาถาพอดี ตนที่กำลังจะตายอีกครั้ง ก็ฝืนคลายคาถาอีกทีจึงไม่หายไปเหมือนพวกศพอื่นๆ จึงไปหาโอบิโตะเพื่อถามถึงสถานะการณ์ทั้งหมด และได้รู้ว่านางาโตะใช้คาถาคืนชีพให้พวกโคโนฮะแทนตน ตนจึงควบคุมโอบิโตะที่สู้แพ้คาคาชิ ให้คืนชีพตน แต่โอบิโตะคิดเป็นพลังสถิตร่างของ 10 หางซะเอง ตนสู้กับฮาชิรามะพร้อมกับเล่าเรื่องตัวจริงของ 10 หาง

         หลังจากที่โอบิโตะถูกดึงสัตว์หางออกจากร่าง กับคิดจะชุบชีวิตพวกนินจาที่ตายในสงคราม แต่ถูกเซ็ตสึสีดำเข้าควบคุมเพื่อคืนชีพตนจนสำเร็จ แต่ตนก็ตาบอด เพราะเนตรของตนคือสิ่งที่ยังมีตัวตนถึงปัจจุบัน ตนสู้ชนะฮาชิรามะกับดูดจักระเซียน เริ่มล่าสัตว์หาง ถูกสัตว์หางทั้ง 9 ทำร้าย จนแขนขวาขาด และเซ็ตสึสีขาวได้เอาเนตรสังสาระข้างขวามาให้ ตนได้เอาแขนของเซ็ตสึ และเนตรสังสาระมาใส่ร่าง

และอัญเชิญเทวรูปมารนอกรีตออกมาจากโอบิโตะที่ใกล้จะตายและสั่งให้เซ็ตสึสีดำเอาเนตรข้างซ้ายมา ส่วนตนแทงซาสึเกะดึงสัตว์หางไปใส่ที่เทวรูปได้สำเร็จ จนนารูโตะเสียคุรามะ และตนกลายเป็นพลังสถิตร่างของ 10 หาง ไปเอาเนตรข้างซ้ายที่อยู่กับโอบิโตะ

        โดยสั่งให้เซ็ตสึโทบิ ถ่วงเวลานินจาพันธมิตร พร้อมกับทิ้งอาวุธของเซียนหกวิถีออกไปจากร่างเพื่อเพิ่มความเร็ว เมื่อไปถึงสั่งให้เซ็ตสึสีดำเอาเนตรมา แต่โอบิโตะก็ชิงการควบคุมกลับมาได้ โอบิโตะที่ถูกคาคาชิกับมินาโตะเตือนสติ หักหลังตน ชิงเศษเสี้ยวของสัตว์หางแล้วหนีไปต่างมิติที่สร้างขึ้นมามอบสัตว์หางให้นารูโตะ ตนสู้กับไกที่เปิดประตูด่าน 8 จนเกือบตาย แต่ตนก็ฟื้นตัวทันที

        แต่นารูโตะกับซาสึเกะที่รอดตาย ได้พลังจากเซียน 6 วิถีตัวจริง ขัดขวาง ตนชิงเนตรขงคาคาชิ กับไปในมิติของโอบิโตะเพื่อชงเนตรคืนกับบอกวามจริงเรื่องรินตาย พอตนกลับมา ถูกทั้งคู่ไล่ต้อน ตนจึงเริ่มอ่านจันทรานิรันดร์ กับถูกเซ็ตสึสีดำก็ทำร้ายยักจักระมากมายใส่ ตนรับไม่ไหว ตนกลายเป็นร่างคืนชีพให้คางุยะ พอทีม 7 ผนึกคางูยะอีกครั้ง ตนหลุดออกมาด้วยสภาพที่ใกล้ตาย ก็เข้าใจถึงสิ่งที่ตนทำนั้นผิดจึงบอกลาฮาชิรามะอีกครั้ง

ซง โกฮัง 

ซง โกฮัง

ซง โกฮัง

         ซง โกฮัง  เป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอล ซึ่งชาวดาวไซย่ามีสถานภาพเป็นนักรบที่เก่งกาจ และกลายร่างเป็นลิงยักษ์ได้เมื่อเห็นพระจันทร์เต็มดวงตราบเท่าที่ตนยังมีหางอยู่ โดยปกติแล้วจะมีหางเหมือนลิง

        เป็นลูกชายคนโตของซง โกคู เป็นลูกชายสุดที่รักของจีจี้และมีน้องชายชื่อซง โกเท็น เมื่อโกฮังโตขึ้นก็ได้แต่งงานกับบีเดล ลูกสาวของมิสเตอร์ซาตาน มีลูกสาวชื่อ ปัง เพราะสายเลือดของโกคูผู้เป็นพ่อ โกฮังจึงมีพลังที่แฝงอยู่ในตัวสูงกว่าโกคู แต่โดยเนื้อแท้แล้ว

         โกฮังไม่ได้ชอบในการต่อสู้เหมือนกับ โกคู ผู้เป็นพ่อเท่าไหร่นัก เขาอยากเป็นนักวิชาการมากกว่า โกฮังได้ร่วมออกเดินทางไปตามหาดราก้อนบอลที่ดาวนาเม็กกับคุริรินและบลูม่าเพื่อชุบชีวิตพวกพิคโกโร่หลังจากถูกพวกเบจิต้าฆ่าตาย ในตอนเซลเกมส์โกฮังในวัย 10 ขวบเป็นผู้ที่ปราบเซลได้

         7 ปีหลังจากที่ปราบเซลโกฮังได้เป็นผู้เพิทักษ์ความยุติธรรมหรือเรียกว่า “เกรทไซย่าแมน”

ฟรีเซอร์

ฟรีเซอร์

ฟรีเซอร์

        ฟรีเซอร์ ลูกชายของราชาโคล ถูกพ่อแต่งตั้งให้เป็นผู้นำกองทัพคนใหม่คอยนำทัพสูงสุดในจักรวาลไปรุกรานดาวเพื่อยึดกับทำลายเพื่อสนุก กับทำงานให้กับบิลล์ ตอนที่บิลล์ขี้เกียจ นิสัยทระนงในพลังตน ซึ่งในอดีตทำลายดาวเบจิต้าที่เป็นดาวที่ชาวไซย่าอาศัยอยู่ เพราะเกรงกลัวว่าจะมีซูเปอร์ไซย่าซึ่งถือว่าเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลถือกำเนิดขึ้นมา จึงหลอกใช้เบจิต้า นัปปะ ราดิซ

        พอทราบข้อมูลเรื่องดราก้อนบอล ตอนเบจิต้าบุกโลก จึงไปดาวนาเม็ก เพื่อรวบรวมกับขอพรเป็นอมตะ แต่ถูกเบจิต้าที่ร่วมมือกับพวกโกฮังขัดขวางตลอด จนคนสนิทของตนตาย จึง เรียกหน่วยรบกินิวมา แต่ก็ล้มเหลว จึงไล่ต้อนพวกเบจิต้า

        พอโกคูร่างซุปเปอร์ไซย่ามาสู้ตัดสินกัน ตนแพ้เจ็บหนักกับรอดตาย ถูกพ่อนำมารักษาดัดแปลงเป็นไซบอร์กแต่พลังก็น้อยกว่าเดิมมากจนถึงขั้นเท่ากับร่างแรกที่มีพลัง530,000หน่วยหรือน้อยกว่าพ่อของตนเองนิดหน่อยนั้นเองแต่พลังระดับนี้ยังถือว่ามากอยู่

        พ่อลูกฟรีเซอร์จึงนำทัพบุกมาโลกเพื่อแก้แค้น แต่ถูกทรังค์จากอนาคตฆ่าตายอย่างง่ายดายเกินไปเพราะเนื่องจากฟรีเซอร์ถูกลดพลังไปมากเกินไปหากพลังคงเดิมทรังค์จากอนาคตได้เอาชนะลำบากแน่

        หลังจบศึกจอมมารบูไป 5 ปี ตนก็ถูกโซเบกับทาโกมาคืนชีพด้วยดราก้อนบอล พอทราบว่าโกคูจัดการจอมมารบูได้ จึงคิดถึงสิ่งที่พ่อแค่พูดเสมอว่าอย่าไปยุ่งกับจอมมารบูกับบิลล์ฮะไคชิน ตนจึงฝึกฝนเป็นเวลา 4 เดือนเพื่อกลับมาแก้แค้น แต่ล้มเหลวด้วยความสะเพร่าของตนเองและถูกฆ่าไปจน 1 ปีต่อมา ถูกโกคูเรียกมามีชีวิต 24 ชั่วโมงเพื่อเป็นลูกทีมลงเข้าในศึกประชันพลัง พอจบการแข่งจนถูกวิสคืนชีพกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เป็นรางวัล ตนจึงบอกลา กลับไปสร้างกองทัพอีกครั้งเพื่อรอคอยการแก้แค้นในอนาคตซึ่งไม่อาจบอกได้ว่าจะมาแก้แค้นเมื่อไร

        ฟรีเซอร์ แปลงเป็นร่างที่สองจะมีพลังอยู่ที่ 1,060,000 หน่วย และแปลงเป็นร่างที่สามไม่ได้เพิ่มแต่ความเร็วแต่พลังก็เพิ่มขึ้นด้วยมีพลังอยู่ที่ 2,120,000 หน่วย ส่วนการแปลงเป็นร่างสุดท้ายจะใช้พลังเริ่มต้นที่1%ซึ่งมีพลังมากกว่าร่างที่สามหลายเท่าตัวแต่ถ้าใช้พลังทั้งหมด100%จะมีพลังพอที่จะทำลายดวงดาวที่มีขนาดใหญ่ได้ได้ในระดับขั้นแรกแต่ในปัจจุบันฟรีเซอร์ร่างแรกมีพลังมากกว่าร่างสุดท้ายในอดีตและในปัจจุบันฟรีเซอร์มีร่างโกลเด้นฟรีเซอร์อยู่

โดยฟรีเซอร์ได้พัฒนาฝีมือขึ้นจากการฝึกครั้งแรกที่ใช้เวลาถึง 4 เดือน จนมีพลังที่สูงกว่าซุปเปอร์ไซย่าก๊อตซุปเปอร์ไซย่า หรือ ซุปเปอร์ไซย่าบลู ในช่วงแรกแต่ทว่าโกคูและเบจิต้าก็ได้จับทางได้ว่าโกลเด้นฟรีเซอร์คุมพลังได้ไม่สมบูรณ์ เพราะฟรีเซอร์แปลงร่างนี้ได้ก็รีบบุกมาที่โลกหวังแก้แค้น เลยไม่ใช่อยู่ชินกับร่างนี้ซะก่อน ทำให้พลังลดลงอย่างเร็ว แต่ก็สามารถล้มโกคูได้จากแผนการที่วางไว้ ล่อให้โกคูประมาท เพื่อหวังฆ่าโกคู แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะเบจิต้ามาช่วยไว้

        หลังจากนั้นก็โดนเบจิต้าที่แปลงเป็นซุปเปอร์ไซย่าก๊อตซุปเปอร์ไซย่า หรือ ซุปเปอร์ไซย่าบลู อัดยำจนเละ ฟรีเซอร์จึงทำลายโลก เพราะเบจิต้าหายใจในอวกาศไม่ได้ แต่สุดท้ายก็โดนพลังคลื่นเต่าของโกคูที่วิสย้อนเวลากลับมา 3 นาที เป่ากระจายหายไป แต่ในภาคบทจักรวาลต้องรอด ฟรีเซอร์ ได้กลับมาอีกครั้งในฐานะสมาชิกนักสู้ในทีมจักรวาลที่ 7 คนที่10แทนที่บูที่หลับจนไม่ยอมตื่น

และในครั้งนี้ฟรีเซอร์ ได้พัฒนาฝีมือขึ้นสูงกว่าเดิม คือ ควบคุมพลัง โกลเด้นฟรีเซอร์ได้อย่าง 100% และได้เข้าปะทะกับโกคูที่ใช้ซุปเปอร์ไซย่าก๊อตซุปเปอร์ไซย่า หรือ ซุปเปอร์ไซย่าบลูเพอร์เฟก(100%)ได้อย่างสูสีจนไม่น่าเชื่อ โดยการมาครั้งนี้ทำให้โกคูตระหนักอีกรอบ

        และต่อมาใน The movie broly ฟรีเซอร์ได้กลับมามีบทอีกที หลังจากขึ้นชีพมาจาก ศึกประชันพลัง ที่ผ่านมาก็ได้พาชาวไซย่าสองคนมาที่โลก นั่นคือ พารากัส กับ โบรลี่ และได้ฆ่าพารากัสทิ้ง เพื่อกระตุ้นให้โบรลี่โกรธหนักจนเพิ่มพลังเหมือนโกคูตอนนาเม็ก(namek) จนโบรลี่แปลงเป็นซุปเปอร์ไซย่า ได้จนบ้าคลั่งควบคุมตนเองไม่อยู่ ไปเล่นงานฟรีเซอร์

        โดยหลังจากที่จบเรื่อง ฟรีเซอร์ได้พูดบอกว่า ตนเองจะกลับมาแก้แค้นโกคู เบจิต้า ในอนาคต และฟรีเซอร์ยังต้องการที่จะสู้กับโบรลี่อีกครั้งด้วย หลังจากที่ตนเองฝึกกลับมาแล้ว