ชาริล ชัปปุยส์

ชาริล ชัปปุยส์

ชาริล ชัปปุยส์

 

    ชาริล ชัปปุยส์ เกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2535 เป็นลูกครึ่ง ไทย – สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีคุณพ่อเป็นคนสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนแม่เป็นคนไทยนั่นเอง ตอนเด็กๆ ชาริล ชัปปุยส์ ได้เล่นฟุตบอลกับคุณพ่อมาตั้งแต่เล็กๆ จนได้ก้าวเข้าสู่การเล่นฟุตบอลระดับเยาวชนให้กับ สโมสร FC Kloten ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 1999 หรือ พ.ศ.2542 หลังจากนั้น 1 ปี ชัปปุยส์ ก็ได้ย้ายมาอยู่กับสโมสร SC Young Fellows Juventus

     มาถึงปี 2003 หรือ พ.ศ. 2554 ชัปปุยส์ ได้มีโอกาสได้เข้าไปเล่นในสโมสรระดับ Swiss Super League อย่าง Glassshopper ถือว่าเป็นทีมชั้นนำระดับประเทศเลยก็ว่าได้ ต่อมาในปี 2009 หรือ พ.ศ. 2552 เขาได้เปลี่ยนจากการเป็นนักเตะเยาวชนไปสูทีมชุดใหญ่ของสโมสรเต็มตัว จนกระทั่งมาถึงปี 2011 หรือ พ.ศ. 2554 เขาได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมสโมสรใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์อย่างทีม FC Locarno ในฐานะสัญญาการยืมตัว ก่อนที่จะได้ย้ายมาเล่นให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่อยู่อันดับต้นๆ ของลีกไทยในปี 2003 หรือ พ.ศ.2556 ด้วยสัญญาการเป็นนักเตะให้กับทีม 2 ปี เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีความสำคัญต่อทีมเป็นอย่างมาก เพราะมีส่วนช่วยให้ทีมปราสาทสายฟ้าได้คว้าแชมป์ต่างๆ มากมายในปีที่เขาได้ลงเล่นให้กับทีมอีกด้วยเท่านั้นยังไม่พอเขายังมีผลงานกับทีมชาติไทยอีกด้วย ถือว่าเป็นการการันตีฝีเท้าของเขาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว นอกจากนี้เขายังเคยตกเป็นข่าวกับสโมสรระดับโลกอย่างยูเวนตุสและฮัมบูร์กที่ให้ความสนใจในตัวเขาอีกด้วย

     ชาริล ชัปปุยส์ มีสไตล์การเล่นฟุตบอลที่ครบเครื่อง โดยเป็นที่ยอมรับกันอย่างมากของนักฟุตบอลด้วยกันและรวมไปถึงแฟนบอลที่ติดตามเขา เรียกได้ว่าเป็นกองกลางที่ทักษะดีมีการครองบอลและการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม มีความฉลาดในการเล่น แถมยังมีฝีเท้าการยิงประตูที่คม มีความมั่นใจในการเล่นสูง

     ผลงานที่น่าจดจำก็คือ วันที่ 17 และ วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ชาริล ชัปปุยส์ ได้ลงเล่นให้กับทีมชาติทั้ง 2 นัด ส่งผลให้นัดแรกไทยมีคะแนนขึ้นนำมาเลเซียไปได้ 2–0 ซึ่งเป็นคะแนนสะสมในรอบชิงนัดที่ 2 ซึ่งในนัดปิดเกมก็คือวันที่ 20 ธ.ค. 2557 แฟนบอลชาวไทยเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายหลังจากที่ มาเลเซียบุกทำแต้มเพิ่มไปเป็น 3–0 ทำให้คะแนนรวมในตอนนั้น มาเลเซียมีมากกว่า 1 คะแนน แต่แล้วในนาทีที่ 83 ชาริล ชัปปุยส์ ก็สามารถทำประตูตีไข่แตกให้กับทีมชาติไทย จนทำให้ คะแนนรวมเสมอกันอยู่ที่ 3–3 หลังจากนั้นไม่นาน ชนาธิป สรงกระสินธ์

โรนัลโด เดอ ลิม่า

โรนัลโด เดอ ลิม่า

โรนัลโด เดอ ลิม่า

    โรนัลโด เดอ ลิม่า สุดกองหน้าเบอร์อันดับหนึ่งตลอดกาล นับเท่าตั้งแต่โลกนี้เคยมีนักฟุตบอลมา จนได้รับฉายาที่บ่งบอกได้ทุกอย่าง “Il Fenomeno” หรือ เอล ฟีนอลมีนอล แปลเป็นไทยว่า ปรากฏการณ์ เขาเป็นหนึ่งในนักเตะไม่กี่คน ที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ 2 สมัย ใช้เวลาแจ้งเกิดให้กับตัวเองในบ้านเกิดในเวลาอันรวดเร็ว เพียงอายุ 18…

โรนัลโด้ เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจคยุค  กาลาคติกอส ของราชันชุดขาวเรอัล มาดริด ทางราชัยยอมจ่ายเงินมหาศาลถึง 27 ล้านยูโร ในปี 2002 ถึงอย่างไรก็ตาม โรนัลโด้ ยังคงเล่นได้อย่างโดดเด่น คว้าแชมป์ลีกสุดระดับสโมสรได้เป็นครั้งแรกในชีวิตค้าแข้ง

สามารถกดไปถึง 104 ประตูตลอดการลงเล่นให้ เรอัล มาดริด ก่อนที่จะเจออาการบาดเจ็บรบกวนในฤดูกาลสุดท้าย มีโอกาสลงเล่นเพียง 13 นัด แต่ก็ยังยิงได้ถึง 4 ประตู ก่อนที่จะย้ายไป เอซี มิลาน และกลับบ้านเกิดบราซิลอย่าง โครินเธียนส์ ก่อนที่จะปิดฉากการค้าแข้งลงไปปี 2011 เนื่องจากมีโรคไทรอยด์รบกวน

ผลงานในระดับทีมชาติกับบราซิลของเหยินใหญ่ ต้องบอกเลยว่าเขาประสบความสำเร็จแบบสุดๆ โดยเฉพาะในทัวนาเม้นที่ใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลอย่างบอลโลก เขาสามารถเขาร่วมเล่นได้ถึง 3 ครั้ง ในปี 1994, 1998, 2002 คว้าแชมป์โลกไปครองได้ถึง 2 ครั้ง ในปี 1994 และ 2002 ที่สำคัญเขาเป็นนักเตะที่คว้าแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดเพียง 17 ปี น่าเสียดายในบอลโลกปี 1998

   เขาสามารถพาบราซิลทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่ด้วยอาการป่วยอย่างกะทันหันก่อนลงเล่นนัดชิงชนะเลิศภายในไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เขาไม่มีสภาพร่างกายสมบูรณ์

จนเป็นเหตุผลสำคัญที่โดนฝรั่งเศสเจ้าภาพในปีนั้นปาดหน้าคว้าแชมป์โลกไปครอง แต่อีก 4 ปีต่อมา โรนัลโด้ ก็พาบราซิลทวงความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง โดยการคว้ำเยอรมันนีคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 5 ให้บ้านเกิดได้สำเร็จ

1 ฤดูกาล ก็ยังช่วยพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ไปถึง 3 รางวัล อย่าง โกปา เดล เรย์, ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ และ ซุปเปอร์ โกปา ทำประตูไปทั้งหมด 47 ประตู จากโอกาสลงสนามเพียง 49 นัด จนคว้ารางวัลส่วนตัวอย่าง FIFA World Player of The Year หรือ FIFA Ballon dOr ด้วยวัยเพียง 20 ปี เป็นสถิติของนักฟุตบอลชายที่ได้รางวัลนี้ด้วยอายุน้อยที่สุด ก่อนที่ทาง งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน อีกหนึ่งสโมสรชั้นนำของโลก

อดทนเห็นในความสุดยอดของดาวยิงรายนี้ไม่ได้ จัดการยื่นข้อเสนอชนิดที่ทีมจากแคว้นกาตาลันปฏิเสธไม่ได้ด้วยมูลค่าสูงถึง 27 ล้านยูโร ทำลายสถิติมูลค่าการย้ายทีมสูงสุดขณะนั้นลงทันที

 

อเล็กซิส

อเล็กซิส

อเล็กซิส

      อเล็กซิส ได้เริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลระรับเยาวชนของ โกเบรโลอา สโมสรในชิลี และหลังจากนั้นได้ย้ายมาสร้างชื่อเสียงให้กับ ทีมฟุตบอล อูดิเนเซ่ (Udinese) ในเซเรียอา ประเทศอิตาลี ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 2006–2011 ต่อมาได้ย้ายไปเล่นให้กับ สโมสรบาร์เซโลน่า ในลาลีกา ประเทศสเปน ในปี ค.ศ. 2011 ช่วงนั้นเขากำลังฉายแววการเล่นได้ค่อนข้างดีแต่ยังได้อยู่ในม้านั่งสำรองอยู่ จนกระทั่ง ค.ศ. 2014  เขาได้ย้ายไปเล่นให้กับ สโมสร อาร์เซนอล ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยค่าตัวเพียง 30 ล้านปอนด์ แต่หลังจากจบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 เขาถูกปรับค่าตัวให้เป็น 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

Alexis สามารถยิงประตูแรกให้กับทีมอาร์เซนอลได้ในช่วงทดเวลาพิเศษ (ทดเวลาบาดเจ็บ) ของครึ่งแรก ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกซึ่งเป็นรอบที่ 2 โดยที่ทีมอาร์เซนอลสามารถเฉือนเอาชนะทีมเบซิคตัสจากตุรกีไปได้ 1-0 ณ สนามเอมิเรตส์สเตเดียม ซึ่งลูกยิงของ อเล็กซิส ทำให้ทีมได้เข้าไปเล่นต่อในนัดถัดไป ซึ่งในนัดนี้ได้พบกับทีมเลสเตอร์ซิตี้ที่เป็นเจ้าบ้าน ซึ่ง อาเลกซิส ก็สามารถยิงประตูที่สองให้กับทีมได้ในนาทีที่ 19 เมื่อจบเกมทำให้ผลสกอร์ออกมาเสมอกัน 1-1

      ในถึงในศึกเอฟเอคัพ 2014-2015 รอบ 3 เป็นนัดที่ตรงกับวันที่ 4 มกราคม 2015 ที่ทีมอาร์เซนอลต้องมาพบกับฮัลล์ซิตี้ ซึ่งเป็นนัดชิงชนะเลิศของคู่นี้ ในฤดูกาลล่าสุดก่อนหน้านี้ ณ สนามเอมิเรตส์สเตเดียม อเล็กซิส เป็นคนที่ยิงประตูชัยประตูที่ 2 ให้กับทีมได้ในนาทีที่ 82 ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่เขามีฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นมากๆ ซึ่งหลังจบเกมทำให้ผลสกอร์ออกมาเป็นทีม อาร์เซนอลชนะไปได้ 2-0 ซึ่งรวมในขณะนั้น อเล็กซิส สามารถยิงประตูให้กับทีมรวมทุกรายการอยู่ที่ 16 ประตู

ในศึกเอฟเอคัพ 2014-2015 ในรอบรองชนะเลิศ ที่ทีมอาร์เซนอลต้องพบกับทีมเรดดิ้ง ณ สนามเวมบลีย์ อเล็กซิส เป็นคนที่ยิงประตูให้กับทีมไปได้ 2 ประตู ในนาทีที่ 39 และนาทีทดเวลาพิเศษ (ทดเวลาบาดเจ็บ) นาทีที่ 115 จาก 120 นาที ทำให้ผลสกอร์ออกมาเป็นอาร์เซนอลเป็นฝ่ายชนะ 2-1 และได้ผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งในรอบชิงนี้ อเล็กซิส ก็สารถทำประตูให้กับทีม อาร์เซนอลถึง 2 ประตู ด้วยการยิงไกลสุดสวยจากระยะประมาณ 30 หลา ในนาทีที่ 50 เมื่อจบเกมทำให้อาร์เซนอลเอาชนะ ทีมแอสตัน วิลล่า ไปได้อย่างขาดลอย ด้วยสกอร์ 4-0 เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ในการเป็นแชมป์รายการมากที่สุดถึง 12 ครั้ง

ในฤดู 2014-2015 ที่ อเล็กซิสได้ย้ายมาเล่นให้กับลีกอังกฤษ นับว่าเป็นฤดูกาลแรกที่เล่นได้อย่างโดดเด่นมากๆ กลายเป็นนักเตะที่สามารถยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ จนทำให้เจ้าตัวมีรายชื่อติดเข้าชิงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมกีฬาฟุตบอลอาชีพอีกด้วย หลังจากที่จบฤดูกาลได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของพรีเมียร์ลีก โดยการลงคะแนนจากบรรดาแฟนบอลทั้งหลายรวมทุกๆ รายการที่ อเล็กซิส ลงเล่นให้กับทีมอาร์เซนอลทั้งหมด 52 นัด สามารถยิงประตูทั้งหมดได้ 25 ประตู

Sergio Ramos

Sergio Ramos

Sergio Ramos

 

     Sergio Ramos เป็นนักฟุตบอลที่มีความสามารถในการอ่านทางบอลอย่างดีเยี่ยม แต่ก่อนที่เขาจะกลายเป็นผู้เล่นระดับท็อปคราสแบบนี้ ต้องผ่านอะไรที่ยากลำบากไม่น้อยทีเดียว ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าตัวของ รามอส คือ ปราการที่สุดแข็งแกร่ง จอมตุกติก และ เล่นนอกเกมบ่อยครั้ง สังเกตได้จากสถิติใบแดงที่เจ้าตัวได้รับในเกมลาลีกามากถึง 19 ใบ เรียกได้ว่ามากที่สุดแล้วของลีก กับสิ่งที่สร้างสรรค์ให้รามอสเป็นในปัจจุบัน คือ “ฟุตบอลไม่ใช่กีฬาที่สวยงามเสมอไป บางเวลามันก็คือการต่อสู้ที่รุนแรง”

ด้วยตำแหน่งในการเล่นของ รามอส คือ เซ็นเตอร์แบ็ค การเข้าบอลของเขา จึงรุนแรงและหนักหน่วง เพื่อที่จะไม่ให้กองหน้า ฝั่งตรงข้ามหลุดเข้าไปทำประตูได้ มีเซ็นต์บอลที่ค่อนข้างดี และ อ่านเกมได้ขาดทุกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการบุกขึ้นมาทำประตูได้ด้วยในบางครั้ง ที่สำคัญ รามอส เล่นลูกกลางอากาศได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเขาสามารถทำประตูจากลูกโหม่งได้บ่อยครั้ง

รามอส ไม่ได้เป็นนักฟุตบอลที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาตั้งแต่แรก เพราะอาชีพในฝันเขา คือ มาทาดอร์ แต่พ่อกับแม่ไม่อยากให้ทำอาชีพนั้น จึงเบนเข็มมาที่ฟุตบอล การปลูกฝังในวัยเด็กเขาถูกหล่อหลอมว่า โลกไม่ได้สวยงาม และ ต้องแข็งแกร่งมากพอถึงจะอยู่รอดได้ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชนสโมสรคามาส เอฟซี ตอนอายุ 14 ปี และ ได้รับรางวัลตั้งแต่สมัยนั้น

ในปี 2003-2004 เล่นให้กับ เซบียา บี

ในปี 2004-2005 เล่นให้กับ เซบียา

ในปี 2005-ปัจจุบัน เล่นให้กับ เรอัล มาดริด

เป็นหนึ่งในขุนพลที่ทำให้ ชาติสเปนกลายเป็นมหาอำนาจของวงการลูกหนังระดับประเทศชาติ ด้วยการพาสเปนคว้า 2 แชมป์ฟุตบอลยูโรสองสมัยซ้อน และ 1 แชมป์ฟุตบอลโลก ซึ่งเวลานั้นสเปนนับว่าไร้เทียมทานแบบสุดๆ และเป็นเพียงชาติเดียวในยุโรปที่สามารถคว้าแชมป์ ยูโร สองสมัยติดต่อกัน

Bamidele Jermaine Alli

Bamidele Jermaine Alli

Bamidele Jermaine Alli

      Bamidele Jermaine Alli หรือ ที่รู้จักกันในชื่อ Dele Alli (เดเล่ อัลลี่) เด็กหัวร้อนของกองกลางไก่เดือยทอง นักบอลที่มักจะมากับท่าดีใจใหม่ๆ เสมอ อัลลี่ คือ นักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย สำหรับนักฟุตบอลชาวอังกฤษ เรียกได้ว่าเป็นถูกยกเอาไปเปรียบเทียบกับนักเตะทีมชาติรุ่นพี่ อย่าง สตีเวน เจอร์ราร์ด, แฟรงก์ แลมพาร์ด, เดวิด เบคแคม และ พอล สโคลส์ ที่มีผลงานในพรีเมียร์ลีกไม่น้อย

เป็นกองกลางที่มีสถิติการยิงครบ 20 ลูก ได้ เร็วมากที่สุด โดยใช้เวลาเพียงแค่ 54 นัดเท่านั้น สำหรับกองกลางคนอื่นล้วนแล้วแต่ใช้มากกว่านี้ทั้งสิ้น พรีเมียร์ ลีก 50 นัดแรกพอล สโคลส์ สามารถทำได้ 16 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ ส่วน แฟรงค์ แลมพาร์ด สามารถทำได้ 5 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด สามารถทำได้ 2 ประตู 3 แอสซิสต์ หรือ สุดยอดนักเตะกองหน้าแห่งยุค คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังทำไปแค่ 6 ประตู ทำให้ เดเล่ อัลลี่ เป็นหนึ่งในขุมกำลังหลักของ ทอตนัม ฮอตสเปอร์

      อายุได้ 8 ปี เดเล่ อัลลี่ อยู่ในแมนชั่นขนาด 10 ห้องนอน เรียนในโรงเรียนนานาชาติค่าเทอมปีละ 20,000 ปอนด์

      เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้พ่อในปี 2006 ในการแต่งงาน

      อายุได้ 11  ปี เดเล่ อัลลี่ เริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังที่อังกฤษ

ปัจจุบันนี้การเล่นของเดเล่ อัลลี่ แม้ว่าจะยังคงเป็นตำแหน่งกองกลาง แต่ในบางครั้งก็เหมือนเป็นตำแหน่งกองหน้าต่ำ เนื่องจาก อัลลี มีโอกาสที่จะสร้างสถิติเป็นกองกลางยิงประตูได้มากที่สุดตลอดกาลในพรีเมียร์ลีก เนื่องจากการเล่นภายในกรอบเขตโทษเขามีความสามารถคล้ายกับกองหน้า แต่เมื่ออยู่นอกกรอบเขตโทษนั้นจะเล่นในลักษณะเดียวกันกับกองกลางทั่วไป

อัลลี เป็นผู้เล่นที่มีสัญชาตญาณการหาพื้นที่ว่างในกรอบเขตโทษได้อย่างดีเยี่ยม และ ที่สำคัญทักษะการจบสกอร์ก็ยังอยู่ในระดับดีอีกด้วย เดเล่ อัลลี่ มีหัวใจที่รักการสังหารประตูอยู่เต็มเปี่ยม จึงกลายเป็นกองกลางที่มีโอกาสทำประตูมาก

เดเล่ อัลลี่ เล่นซ้อมให้กับทีม 5 วันต่อสัปดาห์ ติดทีมชุดใหญ่เมื่ออายุ 16 ปี มีบทบาทในทีมหลังจากการยิงประตูแรกในนามทีมชุดใหญ่ปี 2014 จากนั้นในวันที่ 11 มีนาคม 2014 เดเล่ อัลลี่ยิงแฮททริคครั้งแรก ทำให้กลายเป็นที่สนใจจากบรรดาแมวมองต่างๆ และ ยังคงระเบิดแฮททริค และ ยิงประตูอยู่บ่อยครั้งในฐานะกองกลาง

      แจ้งเกิดกับทีมเมื่ออายุ 20 ปีในฐานะผู้เล่นดาวรุ่ง และ พัฒนาต่อไม่หยุดยั้งถึงแม้ว่า เดเล่ อัลลี่ จะเป็นนักเตะเจ้าอารมณ์ และ มีอารมณ์แปรปรวนสูงในสนาม แต่ก็สร้างความยอดเยี่ยมบนสนามไม่น้อย เขาช่วยให้ ทอตนัม ฮอตสเปอร์ จบในลีกด้วยอันดับที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1963

ใครจะเลยจะรู้ว่าจริงๆ แล้ว เดเล่ อัลลี่ นั้นนับว่าเป็นเจ้าชาย เพราะ เดเล่ อัลลี มีเชื้อสายไนจีเรียเจ้าชายแห่งชนเผ่าโยรูบา พ่อของเดเล่ อัลลี่ คือ เคฮินเด้ นักธุรกิจที่ร่ำรวย มหาเศรษฐีน้ำมันและก๊าซ ปฏิเสธการเล่นให้แผ่นดินเกิดของพ่อ เนื่องจากมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไรกับพ่อ และ แม่

 

 โรเมลู เมนามา ลูกากู โบรินโกลี

    โรเมลู เมนามา ลูกากู โบรินโกลี

 โรเมลู เมนามา ลูกากู โบรินโกลี

       โรเมลู เมนามา ลูกากู โบรินโกลี (Romelu Menama Lukaku Bolingoli) หรือ ยักษ์ดำแห่งปิศาจแดง ชาวไทยจะเรียกเพียงแค่ ลูกากู นักฟุตบอลชาวเบลเยียมเชื้อสายคองโกร่างใหญ่ตัวดำมีพละกำลังในการเล่นฟุตบอลอย่างเหลือเชื่อ เกิดมาเพื่อยิงประตูอย่างแท้จริง ในปัจจุบันเล่นให้กับทีมสโมสรปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า นี่คือนักเตะที่หลายๆทีมตามหาจริงๆ ลูกากู คือหนึ่งในหน้าเป้าที่เก่งสุดของโลกจริงๆ เนื่องจากเป็นนักเตะที่มีแรงปะทะสูง ทั้งยังคล่องแคล่วว่องไว และ การจบสกอร์ที่เฉียบคมเป็นอย่างมาก ทั้งยังคงพัฒนาศักยภาพของตัวเองอยู่อย่างสม่ำเสมอ

ในอดีต ครอบครัวลูกากูไม่ได้มีฐานะที่ดีเท่าไร เรียกถังแตกก็ว่าได้ เมื่อลูกากูอายุ 6 ปี กินนมปังกับนมผสมน้ำเปล่า ไม่มีเงินในการใช้ชีวิตสำหรับการอยู่รอดไปทั้งอาทิตย์ เนื่องจากชีวิตค้าแข้งของพ่อเขาได้หมดเวลาลงแล้ว ไม่มีทีวีสำหรับดูฟุตบอล ไม่มีไฟฟ้าใช้ 2-3 อาทิตย์ต่อเดือน ต้องขอยืมขนมปังจากร้านเบเกอรี่ที่อยู่หัวมุมถนน อาบน้ำโดยใช้น้ำจากแก้ว 1 ใบใช้เทราดหัว สิ่งต่างๆเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดตำนานบทนี้ขึ้น นักเตะที่ทำประตูในพรีเมียร์ลีกเกิน 100 ลูก และยังคงเล่นอยู่มีเพียงแค่ 4 คน เท่านั้น ได้แก่ เจอร์เมน เดโฟ, เซร์จิโอ อเกวโร่, แฮรี่ เคน และ โรเมลู ลูกากู

   ในช่วงเวลาที่ลูกากูมีอายุ 12 ปี การจากไปของคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตคนหนึ่งของลูกากูได้เกิดขึ้น ในฤดูกาลหนึ่งของสโมสรเยาวชน การยิง 76 ประตู จาก 34 เกม

ทำให้เขาโทรไปหาคุณตา เพื่อเล่าเรื่องราวถึงการเล่นฟุตบอลให้ฟัง จากเดิมที่จะเป็นการคุยกันในเรื่องฟุตบอล การคุยครั้งนี้ได้แปลกและแตกต่างออกไป ลูกากูกล่าวว่า การเล่นครั้งนี้ของเขาทำให้ทีมใหญ่ๆเริ่มจับตามอง และ อาจจะได้เป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพเร็วๆนี้

   วันนั้นคุณตาของลูกากูได้ขอร้องในสิ่งเขาไม่คาดคิด คือ ช่วยดูแลลูกสาวตาได้ไหม นั่นหมายถึงคุณแม่ของเขา ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ลูกากูจะไม่รับปากให้คำมั่นสัญญา หลังจากนั้นเพียง 5 วัน คุณตาของลูกากูก็ได้จากไป คำสัญญาของลูกผู้ชายคนหนึ่งที่ให้ไว้กับผู้ชายคนหนึ่งได้กำลังทำให้เกิดขึ้น วันแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิต

กับ การเป็นนักฟุตบอลค่าตัว 75 ล้านปอนด์หรือ 90 ล้านยูโร เมื่อลูกากู อายุ 16 ปี 11 วัน การแข่งขันในนามทีมชุดใหญ่ครั้งแรกระหว่าง อันเดอร์เลทช์กับสต็องดาร์ด ลีแอจ และ ที่สำคัญนัดนั้นคือการตัดสินแชมป์ของรอบชิงชนะเลิศ

การทำประตูของลูกากูสามารถทำได้ทั้ง ภาคพื้นและกลางอากาศ เรียกว่าหอคอยแห่งการทำประตูก็ไม่ผิดเท่าใดนัก จากร่างสูงใหญ่และแรงกระโดดที่ยอดเยี่ยม ทำให้โอกาสทำประตูจากลูกลางอากาศเป็นสิ่งสามารถทำได้ และ การลากไปยิงประตูถึงแม้ความเร็วจะไม่สูงมาก แต่การบังบอล และ พาลูกไปยิง บวกกับความแรง ก็สามารถส่งผลให้เกิดประตูเช่นกัน

เซร์ฆิโอ เลโอเนล “กุน” อาเกวโร เดล

เซร์ฆิโอ เลโอเนล “กุน” อาเกวโร เดล

 

เซร์ฆิโอ เลโอเนล “กุน” อาเกวโร เดล

          Sergio Leonel “Kun” Agüero del Castillo เซร์ฆิโอ เลโอเนล “กุน” อาเกวโร เดล คาสตีโญ ยอดดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ หรือ ที่รู้จักกันในชื่อ เซร์คิโอ อเกวโร่ แต่มีการเรียกชื่อที่แตกต่างกันออกไปว่า เซร์ฆิโอ อาเกวโร , เซร์คิโอ อะกูเอโร และ คนไทยมักจะมีการเรียกกันแบบสั้นๆว่า กุน ปัจจุบันเล่นให้กับทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรือใบสีฟ้า เป็นผู้เล่นคนแรกในทวีปอเมริกาใต้ ที่ยิงประตูบนเวที พรีเมียร์ลีกประเทศอังกฤษถึง 100 ประตูคนแรก  นักเตะระดับท็อปของโลก

ตั้งแต่สมัยที่เล่นให้กับทีมสโมสร แอตแลนด์ติโก้ มาดริด แบกทีมสู้กับบาเซโลนา รักษามาตรฐานฟอร์มการเล่นได้อย่างร้อนแรง ผ่านร้อนหนาวมามากมาย 7 ฤดูกาล ยิง 5 ประตู ภายในเวลา 20 นาที นับเป็นผู้เล่นที่สามารถยิงได้ 5 ประตูเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ยิงประตูได้อย่างสม่ำเสมอและมีส่วนช่วยในการทำประตูทุกครั้ง

แม้ว่าจะมีนักเตะรุ่นน้องเข้ามาสลับสับเปลี่ยนแต่ว่า เซร์คิโอ อเกวโร่ ก็มักจะมีชื่อติดอยู่ในรายชื่อนักเตะตัวจริงเสมอ คอนเซ็ปนักเตะที่ไม่ได้มีไว้ขาย และ เป็นผู้เล่นคนที่สามในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ยิงประตูให้สโมสรเดียวได้ถึง 150 ประตู ตามหลัง เธียร์รี อองรี (อาร์เซนอล เป็นจำนวน 175 ประตู) และ เวย์น รูนีย์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นจำนวน 183 ประตู) และ เป็นคนที่ 9 สำหรับการทำประตูในเวทีพรีเมียร์ลีก

เรื่องราวในชีวิตที่น่ารันทด ที่เกิดขึ้นกับ เซร์คิโอ อเกวโร่ ในการตั้งชื่อที่ไม่สามารถใช้คำว่า  Lionel เป็นชื่อได้ในพิธีการตั้งชื่อเพราะกฎหมายของอาเจนติน่า (เป็นเรื่องของช่วงเวลาที่สามารถใช้ตั้งเป็นชื่อได้) จึงถูกใช้เป็นเพียงแค่ชื่อกลางเท่านั้น และ เปลี่ยนเป็นเขียน Leonel (Lionel Messi เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งได้โดยรัฐบาล Rasario) ใช้ชีวิตแบบยากจนใน Buenos Aires

ทำให้เขาใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ในปี 1991 เมื่อเซร์คิโอ อเกวโร่อยู่ในพื้นที่แถบชนบท ที่ส่วนใหญ่เป็นเขตการเล่นฟุตบอล จากนั้นเขาได้ลงทะเบียนเรียนในระบบการเล่นฟุตบอล Loma Alegre , 1 de Mayo , Bristol และ Los Primos และ มุ่งเน้นเพื่อเป็นกองหน้าอย่างแท้จริง

         การยิง การวางเท้า ในการส่งลูกเข้าทำประตูนั้น ถือว่าอยู่ในระดับท็อป (เทียบกับการลงสนามนัดที่ 300 บนเวทีพรีเมียร์ลีก)

        ยิงประตูได้ถึง 204 ประตู เทียบเป็นการยิงต่อ 1 เกมการแข่งขันจะอยู่เฉลี่ยที่ 0.68 นับเวลาการยิงประตูจะอยู่ที่ 108 นาที ต่อ 1 ลูก

มีการทำประตูจากเท้าซ้าย 37 ลูก ประตูจากเท้าขวา 148 ลูก ประตูจากลูกโหม่ง 19 ลูก เป็นเพชฌฆาตในกรอบเขตโทษทำถึง 184 ลูก และนอกเขตโทษ 20 ลูก ทักษะการเคลื่อนที่ และ การหาช่องในการยิง ทำให้เขากลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของทีม แม้จะมีอายุขึ้นหลักเลข 3 แล้วก็ตาม ปัจจุบัน เซร์คิโอ อเกวโร่ คือ ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของแมนเชสเตอร์ (ถ้านับทุกรายการสูงเกินกว่า 200 ประตูแล้ว)

มีการจ่ายบอลที่สามารถหวังผลได้อย่างสม่ำเสมอ  ถึงแม้จะมีสถิติแอสซิสต์ไม่สูงมาก โดยที่แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก 37 ลูก  ในฤดูกาล 2014-15 จะทำสถิติสูงสุดไว้ที่ 8 ครั้ง (เพราะเป็นกองหน้าต้องทำประตู) แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนร่วมในการเข้าสู่การทำประตูบ่อยครั้ง

          เป็นนักเตะกับ อินดิพิเด็นเต้ สโมสรบ้านเกิด ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ Lionel del Castillo (เลโอเนล เดล แคสเทลิโอ) ผู้เป็นบิดาได้ลงมือสอน

เซร์คิโอ อเกวโร่ ด้วยตนเองตั้งแต่ต้น (พ่อของกุนเป็นนักฟุตบอลอาชีพแต่สโมสรไม่ได้รับการเผยแพร่)

เซร์คิโอ อเกวโร่ เป็นสถิติที่มีอายุน้อยที่สุดของวงการลูกหนังฟ้าขาวด้วยการเป็นนักเตะอาชีพของทีมสโมสรในอาเจนติน่ากับ อายุ 15 ปี กับ 35 วัน ทำลายสถิติเดิมของดิเอโก้ มาราโดน่า ตำนานเทพเจ้าลูกหนังของชาวอาเจนไตร์ ด้วยการลงสนามแทน Emanuel Rivas

ฟิลิปเป คูตินโญ

ฟิลิปเป คูตินโญ 

ฟิลิปเป คูตินโญ

 

               ฟิลิปเป คูตินโญ โคเรย์ย่า เกิดวันที่ 12 มิถุนายน 1992 เขาเปรียบเสมือนผลงานชิ้นโบแดงของศูนย์ฝึกฟุตบอลของประเทศบราซิลอย่าง วาสโก ดา กาม่า อคาเดมี่ ที่ได้ปลุกปั้นมิดฟิลด์ผู้นี้มาตั้งแต่เขามีอายุเพียงแค่ 6 ขวบ โดยเจ้าตัวใช้เวลาฝึกฝนและพัฒนาฝีเท้าเป็นเวลา 10 ปี ก่อนที่จะไปฉายแสงขึ้นมาเป็นกำลังหลักของ วาสโก ดา กาม่า ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นเกินอายุของเขาในเวลานั้น จึงทำให้ได้รับฉายาจากแฟนบอลว่า อัจฉริยะลูกหนัง และมีชื่อติดทีมชาติบราซิลรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ซึ่งนั่นถือเป็นการประกาศศักดาให้กับตัวเอง เมื่อเจ้าตัวได้ทำการตะบันแฮชทริคใส่ อิหร่าน

ในเกมอุ่นเครื่อง ด้วยความร้อนแรงของ คูตินโญ ในวัยเพียงแค่ 16-17 ปี ฟอร์มของเขาได้เข้าไปสะดุดตาทีมมหาอำนาจลูกหนังของประเทศอิตาลี อย่างทีม อินเตอร์ มิลาน เข้าอย่างจัง

            ในปี 2008 อินเตอร์ มิลาน ได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อคว้าตัวดาวรุ้งชาวบราซิลผู้นี้เข้ามาอยู่ในถิ่น ซาน ซิโร่ แต่ทว่า วาสโก ดา กาม่า มีความต้องการที่จะเก็บ คูตินโญ ไว้เพื่อใช้งานและด้วยข้อเสนอที่ทาง อินเตอร์ มิลาน ยื่นมานั้นยังไม่เป็นที่น่าพอใจของต้นสังกัด

อย่างไรก็ตามความพยายามของทาง อินเตอร์ มิลาน ได้กลับมาสัมฤทธิ์ผลในปี 2010 ในยุคการคุมทีมของ ราฟาเอล บานิเตซ ที่ได้ยื่นความประสงค์แก่ มัสซิโม โมรัซติ ประธานสโมสร ได้ทำการเดินหน้ายื่นข้อเสนออย่างจริงจังอีกครั้ง พร้อมทั้งกล่าวกับ คูตินโญ ว่าเขาจะมีอนาคตภายใต้สโมสร อินเตอร์ มิลาน อย่างแน่นอน ทำให้ คูตินโญ ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วที่จะย้ายเข้ามาอยู่ในถิ่น ซาน ซิโร่ จนทำให้ อินเตอร์ มิลาน คว้าตัว คูตินโญ มาจาก วาสโก ดา กาม่า ด้วยค่าตัว 3.8 ล้านยูโร

           ในช่วงแรกที่ คูตินโญ ได้ย้ายเข้ามาฝึกซ้อมกับ อินเตอร์ มิลาน นั้น เขาต้องใช้เวลาในการปรับตัวและทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมทีมอยู่นาน เนื่องจากภาษาและวัฒนธรรมที่ต่างจากที่บราซิล จากนั้นเขาจึงค่อยๆ พัฒนาตัวเองและขยับขึ้นมามีบทบาทกับการฝึกซ้อมกับนักเตะสตาร์ดังบนทีมชุดใหญ่

โดยเกมแรกที่เขาได้ประเดิมให้กับ อินเตอร์ มิลาน คือแมตซ์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ด้วยการลงเป็นตัวสำรองในเกมที่ อินเตอร์ มิลาน พบกับ แอตเลติโก มาดริด โดยเขาได้มีส่วนร่วมในศึกแชมป์ชนแชมป์เพียงแค่ 10 นาทีสุดท้ายเท่านั้น แต่เส้นทางฟุตบอลในถิ่น ซาน ซิโร่ ของเขานั้นเหมือนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

เพราะวิธีการเล่นและตำแหน่งของเขาตรงกับนักเตะระดับบิ๊กเนมของทีมในเวลานั้นอย่าง เวสลีย์ ชไนเดอร์ จึงทำให้ช่วงตลาดหน้าหนาวของซีซั่น 2012 เปิดตัวขึ้น เขาจึงจำใจต้องย้ายไปร่วมทีมกลางตารางในลีกสเปนอย่าง เอสปันญ่อล ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล

         ช่วงเวลาที่เขาย้ายมาร่วมกับ เอสปันญ่อล ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขากลับมามีฟอร์มการเล่นโดดเด่นและมีชื่อติดตลาดอีกครั้ง โดยเฉพาะจังหวะการยิงฟรีคิกและการสอดแทรกขึ้นไปทำประตูได้อย่างเด็ดขาดของเจ้าตัว จนทำให้ คูตินโญ่ สามารถซื้อใจแฟนบอลชาวคาตาลันได้อย่างง่ายดาย

เมื่อหมดสัญญาการยืมตัวเขาจึงต้องเดินทางกลับมาสู่ อินเตอร์ มิลาน และกลับมาอยู่ที่ม้านั่งสำรองอีกครั้ง ด้วยความเบื่อหน่ายและหมดคุณค่าในตัวเอง อินเตอร์ มิลาน จึงตัดสินใจตั้งค่าตัวของ คูตินโญ่ ไว้ที่ 10 ล้านยูโร่ เมื่อข่าวนี้ได้ถูกกระจายออกไปในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ 2 ทีมดังจากลีกเมืองผู้ดีอังกฤษอย่าง ลิเวอร์พูล และ เซาท์แฮมป์ตัน ต่างให้ความสนใจและพร้อมที่จะยื่นข้อเสนอเพื่อทำการคว้าตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ

เข้ามาร่วมทีมทันที เพราะ ลิเวอร์พูล กำลังต้องการจะเสริมทัพในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกเพื่อสู้ศึก พรีเมียร์ ลีก ในซีซั่นหน้า และเนื่องจาก ลิเวอร์พูลในเวลานั้นได้มีเพื่อนร่วมชาติของเขาอย่าง ลูคัส เลว่า อยู่ในทีม จึงทำให้ปี 2013 คูตินโญ ตัดสินใจเข้ามาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 11.70 ล้านยูโรในที่สุด

แวงซองต์ กอมปานี

แวงซองต์ กอมปานี

 

แวงซองต์ กอมปานี

โลกฟุตบอลในยุคปัจจุบันที่เหล่าสโมสรต่างๆ ต้องการความสำเร็จที่รวดเร็ว แวงซองต์ กอมปานีไม่ต้องการอดทนรอความสำเร็จที่นานเกินไป โดยเฉพาะสโมสรใหญ่ๆ และมีเงินทุนในการล่าความสำเร็จ ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ฉับไว จนนักเตะรวมไปถึงผู้จัดการทีมหลายคนต้องเจอกับความยากลำบากยามผลงานตก จึงเป็นเรื่องยากที่จะมองหานักเตะที่เป็นตำนานของสโมสรได้ แต่ล่าสุด แวงซองต์ กอมปานี หรือ Vincent Kompany เขาได้ประกาศอำลา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังสิ้นสุดฤดูกาล 2018-2019 เรียบร้อยแล้ว ตลอด 11 ปี ที่ค้าแข้งให้กับเรือใบสีฟ้าฐานะกัปตันทีม จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในตำนานของสโมสร

กอมปานี เป็นนักเตะสัญชาติเบลเยี่ยม เกิดที่เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งนักฟุตบอลเบลเยี่ยมที่ดีที่สุด และน่าจับตามองมากของวงการลูกหนัง ซึ่งเขาลงเล่นตำแหน่งกองหลังตัวกลาง

สำหรับศูนย์เยาวชนของ สโมสรอันเดอร์เลชท์ (Anderlecht) คือ สโมสรแรกที่ยอดกัปตันทีมคนนี้ลงเล่น เขาลงเล่นในบ้านเกิดด้วยวัยเพียง 6 ขวบ ฝึกฝีเท้าอยู่นั่นนานกว่า 11 ปี จนอายุครบ 17 ปี จึงได้รับโอกาสก้าวขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ ในปี 2003 ก่อนที่จะแจ้งเกิดเต็มตัวทันทีด้วยการคว้ารางวัล Belgian Golden Shoe ในปี 2004 และ Belgian Ebony Shoe โดยจะ 2 รางวัลจะกล่าวจะมอบให้แก่นักเตะที่โดดเด่นตั้งแต่ฤดูกาลแรก และมีฟอร์มการเล่นดียอดเยี่ยม

ซึ่งยอมรับเลยว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับนักเตะอายุ 17 ปี จะได้ก้าวขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ โดยเฉพาะตำแหน่งกองหลัง ที่ต้องใช้ประสบการณ์ ความสุขุมเยือกเย็น โดยเฉพาะกับทีมที่ดีที่สุดของลีกสูงสุดเบลเยี่ยมอย่าง อันเดอร์เลชท์ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับกอมปานี เขาได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง

นโชคร้ายต้องถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานในครึ่งฤดูกาลหลัง 2005-2006 ก่อนที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บ โดยกินเวลายาวนานกว่า 2 เดือน และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการมองหาความท้าทายใหม่ๆ ของยอดกองหลังรายนี้ เมื่อลีกเบลเยี่ยมและสโมสรอันเดอร์เลชท์ มันเล็กเกินไปสำหรับเขา

แน่นอนว่ามีสโมสบิ๊กเนมมากมายจากลีกชั้นนำทั่วยุโรปต่างต้องการตัว กอมปานี ไปร่วมทีม โดยเฉพาะยอดทีมจากลีกเอิง อย่าง โอลิมปิก ลียง คือตัวเต็งที่จะได้ตัวไปร่วมทีม แต่สุดท้ายกลายเป็น ฮัมบูร์ก ทีมชั้นนำจากบุนเดสลีกา

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ หรือ เจค็อบ แฮร์รี่

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ หรือ เจค็อบ แฮร์รี่

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ หรือ เจค็อบ แฮร์รี่

   

     แฮร์รี่ แม็คไกวร์ หรือ เจค็อบ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เกิดขึ้นในวันที่ 5 มีนาคม 1993 เขากำเนิดและเติบโตขึ้นมาในเมือง เชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ ในช่วงวัยเด็กของ แม็คไกวร์ เขาเป็นเด็กชายที่มีรูปร่างสูงใหญ่ และชอบเล่นกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ โดยก้าวแรกของการเข้าสู่วงการลูกหนังของเขานั้น ได้เกิดขึ้นจากการแนะนำของ โจ แม็คไกวร์ พี่ชายของเขา แต่ในตอนนั้นเขาเป็นเพียงเด็กที่เล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ และพี่ชายอยู่ในระแวกบ้านเพียงเท่านั้น จนกระทั่งเขาเริ่มมีความคิดที่มันมาไกลจนกลายเป็นความฝันที่อยากจะติดทีมชาติอังกฤษสักครั้ง แฮร์รี่ แมคไกวร์ จึงตัดสินใจที่จะเข้าร่วมคัดเลือกเป็นนักเตะเยาวชนในทีม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เพื่อหวังจะพัฒนาฝีเท้าของตัวเองให้มีความเก่งกาจและพิชิตความฝันของตัวเองให้จงได้

ในช่วงแรกที่ แฮร์รี่ แมกไกวร์ ได้เข้ามาเป็นเยาวชนอยู่ในศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสร เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด นั้น เขาได้เล่นในตำแหน่งกองกลาง จนกระทั่งเขามีอายุประมาณ 16-17 ปี ร่างกายของเขาได้มีการเจริญเติบโตและสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนโค้ชผู้ฝึกสอนในทีมเยาวชนของเขานั้น ได้แนะนำให้เขาลองเล่นในตำแหน่งกองหลัง

แมไกวร์ จึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงและย้ายมาเล่นในตำแหน่งกองหลังในทันที ซึ่งถือได้ว่าเขาทำผลงานในตำแหน่งกองหลังออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เขามีความขยันในการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อพยายามพิสูจน์และผลักดันตัวเองในขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ของสโมสรให้ได้ จนในปี 2011 แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ในวัย 18 ปี เขาได้ถูกเรียกขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของสโมสร เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ได้เป็นครั้งแรก และได้ลงสนามให้กับสโมสรเป็นครั้งแรกในเกมที่พบกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้

ในฐานะของนักเตะสำรอง ในช่วงเดือนเมษายน 2011 ซึ่งถือได้ว่าทำผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ถึงแม้จะมีบางโอกาสที่ผิดพลาดไปบ้าง แต่ในการแข่งขันนัดต่อๆ มา เขาก็สามารถกลายมาเป็นตัวหลักให้กับทางสโมสรได้สำเร็จ และในขณะนั้นถือเป็นช่วงที่ แม็กไกวร์ ยังมีอายุที่น้อยและยังขาดประสบการณ์เป็นอย่างมาก จึงทำให้เขามีจุดเดือดที่ต่ำและสกัดบอลด้วยลูกเล่นที่หนักหน่วงอยู่บ่อยๆ

ถึงแม้นั่นจะเป็นผลเสียในการเล่นฟุตบอลแบบเป็นทีม แต่ถือว่าเขาสามารถซื้อใจแฟนบอลของสโมสร เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ได้เป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมหนีตกชั้นได้และต้องตกไปเล่นในศึก League One ซึ่งในฤดูกาล 2012-2013 แมไกวร์ ได้ก้าวขึ้นเป็นกำลังหลักของสโมสรได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่เขาลงสนามในเกมนัดเปิดฤดูกาลและสามารถทำประตูแรกในชีวิตการค้าแข้งได้สำเร็จ และด้วยความแข็งแกร่งและดุดันในตัวของเขานั้นทำให้ทีมไม่มีปัญหาในเรื่องของแนวรับแม้แต่อย่างใด และ แฮร์รี่

แม็คไกวร์ ยังเกือบที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรได้สำเร็จด้วยการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในศึก FA Cup ได้สำเร็จ เพียงแต่ต้องถูกหยุดที่รอบ 4 ทีมสุดท้ายโดย ฮัลล์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 3-5 แต่อย่างไรก็ตามด้วยความเก่งกาจและกล้าเล่นเกินวัยของเขา ฟอร์มได้เป็นสะดุดตากับสโมสรชั้นนำในศึกพรีเมียร์ลีกอย่างมากมาย แต่ในที่สุดแล้วเขากลับเลือกที่จะย้ายไปอยู่กับทางสโมสร ฮัลล์ ซิตี้ ที่กำลังจะเลื่อนชั้นขึ้นไปสู้ศึก พรีเมียร์ลีก ในปี 2014-2015